กระดองของเสี่ยวเสวียนเติบโตจนมีพื้นที่กว่า 40 ตารางเมตร บ้านหินหลังเดิมเหลือเพียงส่วนเล็ก ๆ ตรงกลาง รอบข้างจึงเกิดพื้นที่ว่างกว้างขวางขึ้นอีกมาก
หลินเฟิงสื่อสารกับเสี่ยวเสวียนผ่านจิต ให้น้องเริ่มลงมือทำงาน
ขยายบ้านหลังเล็กขนาด 10 ตารางเมตรให้กว้างเป็น 40 ตารางเมตร โดยแยกห้องเก็บของกับห้องครัวชั้นล่างออกจากกัน กว้างขวางกว่าเดิมมาก ส่วนชานพักตรงบันไดก็ทำบันไดเชือกหย่อนลงไป จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์น่าอึดอัดใจแบบที่เสี่ยวรุ่ยกับพวกกลับบ้านไม่ได้อีก
ส่วนชั้นสอง หลินเฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ไม่ได้แยกเป็นสองห้อง แต่ขยายเป็นห้องนอนขนาด 40 ตารางเมตร แล้วกั้นห้องน้ำ 10 ตารางเมตรด้านใน มีทั้งอ่างอาบน้ำ โถส้วม อ่างล้างหน้า เครื่องทำน้ำร้อน ครบครัน
นอกจากนี้ยังอุตส่าห์หาคนในขบวนรถมาแลกกระจกบานหนึ่งมาติดตั้งบนอ่างล้างหน้า ถึงแม้ทั้งหมดจะทำจากหิน แต่หลินเฟิงใช้วิชาควบคุมดินปั้นแต่งจนผิวเรียบลื่นเป็นมัน ถ้าไม่รู้คงนึกว่าเป็นกระเบื้องเซรามิก
แน่นอนว่าต้องมีเตียงใหญ่มหึมาสักหลัง ขนาดนอนได้เจ็ดแปดคนยังเหลือที่ ความตั้งใจเล็ก ๆ ที่อยากนอนกอดกันใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันนั้นบอกไม่ต้องพูดก็รู้
ส่วนหัวของเสี่ยวเสวียนมีหน้าต่างบานใหญ่แบบเลื่อนเปิดจากพื้นจรดเพดาน เมื่อก้าวออกไปจะเป็นระเบียงทางเดินวงแหวนกว้าง 2 เมตร ราวระเบียงก็ปั้นแต่งได้ประณีตงดงาม ทำให้พื้นที่ใช้สอยของชั้นสองทั้งหมดขยายออกไปไม่น้อยในพริบตา
ส่วนกลางดาดฟ้าชั้นบน ใช้เวลาเกือบครึ่งวันสร้างถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ขึ้นหนึ่งถัง แล้วเจาะผนังทำท่อน้ำสายหนึ่งเชื่อมต่อไปยังห้องน้ำกับห้องครัวชั้นล่าง
