ผมหยิกเป็นลอนใหญ่สีน้ำตาลฟูสลวยทิ้งตัวลงบนบ่า ปลายผมงอนขึ้นเล็กน้อย ราวกับสายไหมเพิ่งแกะออกจากห่อ
เธอเปลี่ยนมาสวมเสื้อแขนพองสีครีมนวล ด้านหลังผูกโบผ้าซาตินผืนใหญ่ กระโปรงสั้นลูกไม้ซ้อนเป็นชั้น ๆ ถุงเท้ายาวคลุมเข่ารัดเรียวขาไว้แน่น รองเท้าบูตหุ้มข้อพื้นหนาสีกากีมีขอบพับลงมา—หวานละมุนแต่ก็แฝงความเท่ เดินไปทางไหนใคร ๆ ก็ต้องเหลียวมอง
เผยอวิ๋นหวยยืนรอเธออยู่ตรงปากบันได มือหนึ่งถือกระเป๋าถือของเธอ อีกมือหิ้วเอกสารประกอบการสอนที่ต้องใช้ในชั้นเรียน แว่นกรอบทองสะท้อนแสงแดดวาววับ
เมื่อเห็นเธอวิ่งตึกตักลงมา สายตาของเขาก็กวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ระหว่างขับรถไปมหาวิทยาลัยเยี่ยน มือจับพวงมาลัยแน่น พลางเหลือบมองเธอเป็นระยะ ในที่สุดก็อดพูดขึ้นมาไม่ได้
“พอถึงมหาวิทยาลัย อย่าคุยสุ่มสี่สุ่มห้ากับคนที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะผู้ชาย เธอเข้าเรียนปีสามก่อนเพื่อนรุ่นเดียวกันตั้งหนึ่งปี ยังเด็กกว่าพวกเขา ถูกคนหลอกง่าย เข้าใจไหม?”
“ที่บ้านมีทั้งของกิน ของดื่ม ของใช้ ทุกอย่างมีพร้อม ไม่ขาดอะไรสักอย่าง”
“ฉันตามใจเธอจนเคยตัวแล้ว อย่าหลงกลของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนพวกนั้นเอามาล่อใจเชียว...”
กู้เจียวเจียวเอนพิงเบาะข้างคนขับ เท้าคางมองเขา
“รู้แล้วน่า รู้แล้ว...”
เสียงท้ายประโยคลากยาว แฝงความอ่อนใจนิด ๆ ราวกับจะบอกว่า ‘พูดมาแล้วตั้งแปดร้อยรอบ’
รถจอดหน้ามหาวิทยาลัยเยี่ยน ทั้งคู่ลงจากรถ
เผยอวิ๋นหวยไม่ได้สวมสูท แต่เปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ ๆ กับกางเกงขายาวสีเข้ม พับแขนเสื้อขึ้นมาถึงกลางท่อนแขน เผยให้เห็นข้อมือที่ได้รูป
