ผลักประตูห้องส่วนตัวเข้าไป ก็เห็นคนนั่งอยู่ข้างในห้าหกคนแล้ว
พอเห็นเยี่ยนหลินโจวเข้ามา ชายคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตสีเขียวเข้มก็ยกแก้วขึ้นเป็นคนแรก
“เฮ้! มาแล้ว ๆ! วันนี้พี่เยี่ยนยอมมาสักที ไม่เบี้ยวพวกเราแล้วนะ!”
ชายอีกคนในชุดลำลองสีขาวหัวเราะพลางรับคำ
“นั่นสิ! คราวก่อนบอกว่า ‘ถึงแล้ว’ แต่กลับหนีไปกลางทาง เหล้าบนโต๊ะของพวกเราจนตอนนี้ยังดื่มไม่หมดเลย”
ชายคนที่สามเอนกายอยู่บนโซฟา มือหมุนไพ่ชุดหนึ่งอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะเสริมขึ้นมา
“วันนี้พี่เยี่ยนยอมมาได้ แปดส่วนคงอารมณ์ดี พวกนายอย่าทำเขาตกใจหนีไปล่ะ”
คนเหล่านี้ล้วนเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในแวดวงของฮู่เฉิง
ชายในเสื้อเชิ้ตสีเขียวเข้มชื่อเหอหวย ครอบครัวทำธุรกิจขนส่งทางเรือ เรือบรรทุกสินค้าครึ่งหนึ่งของท่าเรือฮู่เฉิงล้วนเกี่ยวข้องกับบ้านเขา เขาเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของเยี่ยนหลินโจวที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย
ชายในชุดลำลองสีขาวชื่อลู่เหยี่ยน ครอบครัวทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้อายุยังน้อยแต่ช่ำชองเล่ห์เหลี่ยม เป็นที่รู้จักในแวดวงว่าเป็นจิ้งจอกยิ้ม
ส่วนชายที่หมุนไพ่ชื่อเสิ่นเยี่ยนฉือ บรรพบุรุษสามรุ่นล้วนทำธุรกิจของเก่า ภายนอกดูไม่เอาไหน แต่แท้จริงฉลาดเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าจิ้งจอก
เยี่ยนหลินโจวคร้านจะสนใจคำหยอกล้อของพวกเขา จึงเอนหลังพิงโซฟา ไขว่ห้างอย่างสบาย ๆ วางมือข้างหนึ่งบนที่วางแขน สายตากวาดมองรอบห้องอย่างเอื่อยเฉื่อย “จี้ยางล่ะ?”
“เมื่อกี้รับโทรศัพท์แล้วลงไปข้างล่างแป๊บหนึ่ง” เหอหวยรินเหล้าให้เขาแล้วเลื่อนไปตรงหน้า “บอกว่าจะไปรับใครสักคน”
