“น้องสะใภ้ พี่ใหญ่เป็นอะไรไป? ทำไมถึงกระอักเลือดด้วย?”
กู้ซูเหอร้อนใจขึ้นมา ก่อนหน้านี้พี่ใหญ่ไม่เคยกระอักเลือดเลยสักครั้ง
หรือระหว่างทางเขาจะเดินเร็วเกินไป จนกระเทือนเข้า?
“พี่ใหญ่ ข้าก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่คงเป็นเพราะอาการป่วยทรุดหนักขึ้น ก่อนหน้านี้สามีรักษาตัวอยู่ที่ตำบลมาตลอด แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ข้าอยากพาเขาไปดูอาการที่อำเภอเจ้าค่ะ”
กู้ซูเหอไม่วางใจให้ซูเสี่ยวไปคนเดียว นางยังไม่ถึงวัยปักปิ่น อีกทั้งเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็ก ๆ จะยกกู้ต้าหลางไหวได้อย่างไร?
กู้ซูเหอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับเห็นซูเสี่ยวแบกกู้ต้าหลางมุ่งหน้าไปยังโรงม้าตรงปากทางเข้าตำบลแล้ว
เขาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เอ่ยออกมาสองสามคำว่า “น้องสะใภ้…แรงเยอะจริง ๆ!”
กู้ฮุ่ยไหวพริบดี รีบตามไปทันที
กู้ซูเหอก็ลากรถกระดานวิ่งเหยาะ ๆ ตามไปด้วย
“เถ้าแก่ มีรถไปอำเภอหรือไม่เจ้าคะ?”
ซูเสี่ยวยังเดินไปไม่ถึงหน้าประตู ก็ร้องถามขึ้นเสียก่อน
ชายร่างท้วมเล็กน้อยคนหนึ่งเดินออกมาต้อนรับ “แม่นางจะไปอำเภอหรือ? ช่างบังเอิญจริง ๆ บ่ายนี้พวกเรามีรถออกเดินทางอีกเที่ยวหนึ่ง กำลังรับคนอยู่ที่ลานด้านหลัง แม่นางจะโดยสารไปด้วยหรือไม่?”
“ไปเจ้าค่ะ เถ้าแก่ช่วยนำทางที”
เมื่อมาถึงลานด้านหลัง ก็เห็นรถม้าคลุมผ้าสีน้ำเงินคันหนึ่งจอดอยู่จริง ๆ ข้างในมีคนนั่งอยู่แล้วสองคน เป็นแม่ลูกคู่หนึ่ง
กู้ซูเหอตามมาทันพอดี จึงช่วยซูเสี่ยวอุ้มกู้ต้าหลางขึ้นรถ
“น้องสะใภ้ ให้ข้าไปด้วยเถิด ปล่อยเจ้าไปคนเดียวข้าไม่วางใจ”
“พี่ใหญ่ ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ ข้าไปคนเดียวไหว ที่บ้านมีเด็กหลายคน คืนนี้ขอรบกวนพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ช่วยไปดูแลพวกเขาที่บ้านข้าหน่อย แล้วก็ฮุ่ยเอ๋อร์ ฝากเจ้าช่วยดูแลซูเฉ่าด้วย”
ดวงตาของกู้ฮุ่ยแดงเรื่อเล็กน้อย แต่ก็ยังพยักหน้า
“พี่สะใภ้วางใจเถิด ข้าจะดูแลคนที่บ้านให้ดี พี่ใหญ่ฝากท่านด้วยนะเจ้าคะ”
