ซูเสี่ยวหน้าซีดเผือด “ท่านหมอหลิน สามีข้าควรรักษาอย่างไรดี?”
หลินเฟิ่งชุนถอนหายใจ “สามีของเจ้ามีม้ามและกระเพาะอาหารเสียหาย เชื้อโรคที่ซ่อนอยู่ในเส้นลมปราณปอดยังขจัดไม่หมด อีกทั้งมีความชื้นร้อนรบกวนภายใน จนทั้งพลังชี่และอินพร่อง เป็นอาการที่ซับซ้อนนัก
เมื่อนำผลการตรวจทั้งสี่ด้านมาพิจารณาร่วมกัน ชีพจรตรงตำแหน่งกวนมือขวาจมและอ่อนแรง ตำแหน่งชุ่นมือซ้ายเมื่อแตะเบา ๆ รู้สึกลื่นเล็กน้อย แต่เมื่อกดหนักกลับพร่อง ส่วนชีพจรตำแหน่งฉื่อจมและละเอียด โดยรวมแล้วเป็นอาการที่ต้นเหตุพร่อง แต่ปลายเหตุแกร่ง ทั้งยังมีความเย็นและความร้อนปะปนกัน
อาการนี้รักษาได้ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป
ข้าแนะนำให้แบ่งเป็นสามช่วง ช่วงแรกปลุกการทำงานของม้ามและกระตุ้นความอยากอาหาร ขจัดความชื้นและปรับสมดุลภายใน ใช้เวลาหนึ่งเดือน
จากนั้นค่อยบำรุงพลังหยางของม้าม พร้อมขจัดเชื้อโรคที่ยังหลงเหลือ ใช้เวลาราวสองถึงสามเดือน แล้วแต่สภาพร่างกาย
ช่วงสุดท้ายคือการบำรุงระยะยาว เติมทั้งเลือดและพลังชี่ เสริมรากฐานของร่างกาย จึงจะหายขาด
ระหว่างนั้นอาจฝึกปาต้วนจิ่นบ้าง หรือออกกำลังกายสักหน่อย เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นและป้องกันไม่ให้อาการกำเริบ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูเสี่ยวก็ถอนหายใจโล่งอกในที่สุด
ขอแค่รักษาหายก็พอแล้ว
“ท่านหมอ บ้านข้าอยู่ค่อนข้างไกล รบกวนท่านจ่ายยาให้หนึ่งเดือนก่อนได้หรือไม่ พอครบเดือนแล้ว ข้าค่อยพาสามีมาตรวจซ้ำอีกครั้ง”
ซูเสี่ยวลูบถุงเงินที่เหน็บไว้ ยังเหลือเงินไม่ถึงยี่สิบตำลึง น่าจะพออยู่
หลินเฟิ่งชุนพยักหน้า “ได้ ข้าจะเขียนเทียบยาให้เดี๋ยวนี้ แล้วให้เด็กต้มยาต้มหนึ่งก่อน เจ้าค่อยป้อนให้เขาดื่ม”
