หลังมื้อเย็น ซูเสี่ยวต้มน้ำร้อนหม้อใหญ่ ให้เด็ก ๆ ในบ้านอาบน้ำล้างตัวกันจนสะอาด
แต่พอถึงเวลานอน ปัญหาก็มาเยือน
ในบ้านมีห้องนอนอยู่แค่สองห้อง ก่อนนางแต่งเข้ามา กู้เอ้อร์หลางกับกู้ต้าหลางนอนห้องเดียวกัน ส่วนกู้ฮุ่ยนอนห้องของตัวเอง
ตอนนี้ในบ้านมีคนเพิ่มขึ้นมาทีเดียวสามคน ห้องจึงดูเหมือนจะไม่พออยู่
กู้เอ้อร์หลางกับซูซิวเหวินปรึกษากัน แล้วตัดสินใจปูที่นอนบนพื้นห้องโถงใหญ่
กู้ฮุ่ยจะนอนห้องเดียวกับซูเฉ่า ส่วนซูเสี่ยวจะนอนห้องเดียวกับกู้ต้าหลาง
คืนนี้เป็นคืนเข้าหอของทั้งสอง จะให้แยกห้องนอนกันย่อมไม่สมควร
ซูเสี่ยวถือชามน้ำแกงไก่ออกจากครัว ตั้งใจจะให้กู้ต้าหลางดื่ม แต่กลับเห็นกู้เอ้อร์หลางกับซูซิวเหวินกำลังขนฟางเข้าบ้านเที่ยวแล้วเที่ยวเล่า ปูไว้ชั้นหนึ่งตรงชิดกำแพงด้านตะวันออกแล้ว
“ซิวเหวิน เอ้อร์หลาง พวกเจ้าทำอะไรกันอยู่?”
ซูเสี่ยวรีบวางชามน้ำแกงไก่ลงบนโต๊ะ แล้วคว้าตัวซูซิวเหวินที่กำลังจะวิ่งออกไป
“พี่สาว ข้ากับเอ้อร์หลางว่าจะปูที่นอนตรงนี้ขอรับ”
ซูเสี่ยวฟังแล้วทั้งหัวเราะไม่ออกและร้องไห้ไม่ได้ แต่พอคิดดู บ้านก็คับแคบจริง ๆ เดิมทีนางคิดจะให้เด็กหนุ่มสองคนนอนกับกู้ต้าหลาง แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าไม่เหมาะ
สุขภาพของกู้ต้าหลางก็ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว หากเด็กสองคนนอนดิ้นไม่นิ่งตอนกลางคืนจนเขาพักผ่อนไม่ดี อาการป่วยทรุดหนักลงอีก คงยิ่งรักษาลำบาก
เห็นทีนางต้องรีบหาเงิน แล้วปรับปรุงต่อเติมบ้านเสียแล้ว
ตอนนี้นางมีเงินอยู่แค่สองตำลึง ยังต้องใช้รักษากู้ต้าหลาง ไหนจะสร้างบ้านอีก ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงิน
ซูเสี่ยวถอนใจเงียบ ๆ ก่อนจะช่วยเด็กหนุ่มทั้งสองปูที่นอน
นางนำผ้านวมเก่าที่หอบมาจากบ้านมาปูให้ทั้งสองบนกองฟาง
กู้ฮุ่ยหยิบผ้าห่มผืนเดิมของมารดากู้ออกมาให้ทั้งสองห่ม
