“น้องฮุ่ย อยู่บ้านหรือไม่?”
กู้ซิ่วจูยืนชะเง้อมองอยู่หน้าประตูตระกูลกู้
กู้เอ้อร์หลางได้ยินเสียงจึงโผล่หน้าออกมาจากในบ้าน
“ใครมาหาพี่รองของข้า? นางไม่อยู่บ้าน”
เมื่อกู้ซิ่วจูเห็นว่าเป็นกู้เอ้อร์หลาง ก็รีบกวักมือเรียกเขา
“เอ้อร์หลาง พี่ซิ่วจูเอง รีบเปิดประตูเร็ว พี่มาเยี่ยมพี่ใหญ่ของเจ้า”
พอกู้เอ้อร์หลางเห็นว่าเป็นกู้ซิ่วจู ก็รีบวิ่งไปเปิดประตูเรือน
“ที่แท้พี่ซิ่วจูกลับมาแล้วนี่เอง แต่พี่รองไม่อยู่บ้าน เพิ่งเข้าเมืองไปเมื่อครู่ ไม่ได้เจอกันหรือ?”
กู้ซิ่วจูเห็นกู้เอ้อร์หลางไม่มีท่าทีจะเชิญนางเข้าไปข้างในแม้แต่น้อย ในใจก็รู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ยังคงแสร้งทำเป็นพี่สาวใจดีแล้วยิ้มตอบ “ไม่เจอหรอก คงคลาดกันกระมัง น้องฮุ่ยน่าจะเดินทางลัดไป”
สายตาของกู้ซิ่วจูเอาแต่เหลือบมองเข้าไปในเรือน
เมื่อวานกู้ต้าหลางแต่งงาน แต่นางกลับไม่รู้เรื่องเลย มิใช่กำหนดวันแต่งงานไว้ปีหน้าหรอกหรือ?
เหตุใดถึงเลื่อนมาเร็วขนาดนี้?
ไม่มีใครแจ้งนางสักคน หากเช้านี้ท่านปู่ไม่เข้าเมืองไปส่งผักป่าให้ครอบครัวของพวกนาง นางคงยังไม่รู้เรื่องอยู่จนบัดนี้
กู้ซิ่วจูเป็นถึงหลานสาวแท้ ๆ ของผู้ใหญ่บ้าน ของดีที่สุดในหมู่บ้านย่อมต้องเป็นของนาง
ถึงกู้ต้าหลางจะเป็นคนป่วยกระเสาะกระแสะ แต่ก็ยังเป็นชายหนุ่มที่ดีที่สุดในหมู่บ้าน จะปล่อยให้แต่งกับสาวชาวบ้านหยาบกระด้างได้อย่างไร?
กู้ซิ่วจูรีบขึ้นเกวียนวัวกลับหมู่บ้านพร้อมกับผู้ใหญ่บ้านทันที
ครอบครัวของกู้ซิ่วจูเช่าบ้านหลังหนึ่งอยู่ในเมือง เหตุผลข้อแรกคือเพื่อให้กู้ซูโม่ไปเรียนหนังสือได้สะดวก ข้อสองคือจะได้ทำการค้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว
กู้ซิ่วจูก็หน้าหนา ยืนกรานจะตามไปอยู่ในเมืองด้วย โดยอ้างว่าอยากเปิดหูเปิดตา
นางถึงวัยที่ต้องพูดคุยเรื่องคู่ครองแล้ว ผู้ใหญ่บ้านเองก็อยากให้นางแต่งเข้าบ้านดี ๆ จึงไม่ได้ขัดขวาง
“ซิ่วจู ฮุ่ยเอ๋อร์ไม่อยู่บ้าน รีบกลับไปกับข้าเถิด ที่บ้านยังมีงานอีกหลายอย่าง รอช้าไม่ได้”
