กู้ซิ่วจูไม่ยอมแพ้ หลังถูกผู้ใหญ่บ้านลากออกจากลานบ้าน นางก็สะบัดมือผู้ใหญ่บ้านออก สีหน้าไม่พอใจ
“ท่านปู่ อย่าลากข้า ข้าด้อยกว่าซูเสี่ยวตรงไหน? นางดำราวกับถ่าน ทั้งยังตัวไม่สูง เหมือนหัวไชเท้ากะเปี๊ยก ข้า...”
“เพียะ!”
ผู้ใหญ่บ้านตบหน้ากู้ซิ่วจูฉาดหนึ่ง พลางกล่าวด้วยความโกรธที่นางไม่เอาไหน “เจ้านี่นะ พรุ่งนี้ข้าจะส่งเจ้ากลับไปที่อำเภอ ต่อไปไม่ต้องกลับมาที่หมู่บ้านอีกแล้ว สองวันนี้ข้าจะให้แม่สื่อหาคู่ครองให้เจ้า แต่งงานก่อนปีใหม่เสีย แล้วก็ซูเสี่ยวเป็นพี่สะใภ้ของเจ้า อย่าทำตัวไร้มารยาท”
ผู้ใหญ่บ้านพูดจบก็โมโหจนไพล่มือไว้ด้านหลังแล้วหมุนตัวเดินจากไป
กู้ซิ่วจูกุมแก้มที่แดงบวมไว้ สีหน้าตกตะลึง ท่านปู่ที่รักและเอ็นดูนางที่สุดกลับตบนางหรือ?
“เพราะอะไร? พวกท่านจะปกป้องซูเสี่ยวกันไปหมดทำไม? ข้าด้อยกว่านางตรงไหนกันแน่? พี่ใหญ่หลางต้องเป็นของข้า!”
ผู้ใหญ่บ้านได้ยินเข้าก็โมโหจนหันกลับมา ถอดรองเท้าออกทันที
กู้ซิ่วจูเห็นดังนั้นก็สะดุ้งโหยง รีบปิดปากแน่น กลั้นน้ำตาเอาไว้ แล้วค่อย ๆ เดินกลับบ้านอย่างอ้อยอิ่ง
ผู้ใหญ่บ้านถือรองเท้าเดินตามหลังมาตลอดทาง หากกู้ซิ่วจูกล้าตะโกนขึ้นมาอีกสักคำ รับรองว่าฝ่าเท้ารองเท้าของเขาจะฟาดลงไปทันที
กู้ฮุ่ยยืนฟังอยู่ด้านนอกกำแพงรั้วไม้ครู่ใหญ่ พอเห็นปู่หลานเดินห่างไปแล้ว นางจึงเดินออกมาจากหลังต้นไม้
นางถ่มน้ำลายใส่แผ่นหลังของกู้ซิ่วจูอย่างแรง “สมน้ำหน้า! ต้องให้ท่านปู่ผู้ใหญ่บ้านจัดการเจ้าเสียบ้าง ยังกล้าคิดหมายปองพี่ชายข้าอีกหรือ?
ยังใส่ร้ายพี่สะใภ้ข้าอีก เจ้าเทียบเส้นผมสักเส้นของพี่สะใภ้ข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ”
กู้ฮุ่ยกลับบ้านด้วยใจเบิกบาน มาแต่ไกลก็เห็นคุณชายใหญ่กู้นั่งเขียนอะไรบางอย่างอยู่ข้างหน้าต่าง
