ซูเสี่ยวก้มมองถุงเงิน ในถุงมีเงินอยู่เพียง 65 เหวิน
นางแวะร้านขายของชำ ซื้อเกลือหยาบมา 1 ชั่ง เสียเงินไปอีก 30 เหวิน
ตอนนี้เหลือเงิน 35 เหวิน ซูเสี่ยวจึงไปซื้อหมูสามชั้นที่ร้านขายเนื้ออีก 2 ชั่ง
สุดท้าย เงิน 500 เหวินที่ทั้งสองได้จากการขายสมุนไพรก็ใช้หมดเกลี้ยง แถมยังต้องควักเพิ่มอีก 1 เหวิน
ขากลับจากร้านขายเนื้อ ทั้งคู่เดินผ่านร้านขายของชำอีกครั้งพอดี
ซูเสี่ยวเห็นจากระยะไกลว่าตรงปากตรอกข้างร้านขายของชำ มีชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยื้อยุดกันอยู่
แผ่นหลังของหญิงสาวคนนั้นดูคุ้นตาไม่น้อย
ซูเสี่ยวมีความจำดี ไม่นานก็นึกออก นี่ไม่ใช่ซูหลี ลูกพี่ลูกน้องใจร้ายของเจ้าของร่างเดิมหรอกหรือ?
นางมาอยู่ในตัวเมืองได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่ามารดาส่งนางไปอยู่บ้านญาติฝ่ายนอกแล้วหรือ?
แล้วยังมายื้อยุดกับชายแปลกหน้ากลางวันแสก ๆ อีก?
ซูเสี่ยวรีบดึงกู้ฮุ่ยหลบไปตรงหน้าร้านที่อยู่ติดกับร้านขายของชำ
“พี่สะใภ้ ท่านทำอะไรหรือ?”
กู้ฮุ่ยเห็นซูเสี่ยวชะเง้อมองอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ ก็ทำหน้างุนงง
“ชู่ อย่าเพิ่งพูด ข้าเจอคนคุ้นเคยน่ะ”
กู้ฮุ่ยยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ เจอคนคุ้นเคยก็น่าจะเข้าไปทักทายไม่ใช่หรือ? ไฉนถึงแอบฟังกันเล่า?
ไม่นานกู้ฮุ่ยก็เลิกสงสัย เพราะนางได้ยินเสียงจากในตรอกเช่นกัน เนื้อหาทำเอานางทั้งอับอายทั้งโมโห
“เฉินกุ้ย ท่านหมายความว่าอย่างไร?
ท่านเห็นเรือนร่างข้าเกือบหมดแล้ว ตอนนี้กลับมาบอกว่าไม่แต่งกับข้าแล้วหรือ?
ถ้าอย่างนั้นคำหวานที่ท่านเคยพูดกับข้าก็ล้วนเป็นเรื่องโกหกสินะ?”
เสียงของซูหลีแหลมขึ้นเล็กน้อย นางคว้ามือเฉินกุ้ยไว้ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
เฉินกุ้ยกวาดตามองซูหลีอย่างไม่ใส่ใจ สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
“ถุย ซูหลี ข้าไปเห็นเรือนร่างเจ้าตอนไหน?
ทุกครั้งเจ้าต่างหากที่เข้ามาหาข้าเอง ทั้งจับมือทั้งแนบไหล่
เจ้าทำตัวต่ำต้อยเอง อย่ามาโยนความผิดให้ข้า
คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าวางแผนอะไรอยู่?
อยากทำให้เรื่องเลยเถิดจนข้าต้องยกเกี้ยวแปดคนหามไปรับเข้าตระกูลเฉิน ให้เจ้าเป็นฮูหยินน้อยตระกูลเฉินหรือ?
เลิกฝันไปได้เลย ข้าตกลงจะแต่งกับเจ้า ก็เพราะเจ้าบอกว่าจะเอาเงิน 5 ตำลึงมาเป็นสินเดิม
