เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เนื้อหมูป่าที่ซูเสี่ยวเหลืออยู่อีกหลายสิบชั่งก็ขายหมดในเวลาไม่นาน
ซูเสี่ยวไม่สนว่าคนเหล่านี้จะสงสารหรือรู้สึกผิด ขอแค่ขายเนื้อให้หมดก็ถือว่าได้ประโยชน์แล้ว
“น้องสะใภ้ เจ้าลำบากแล้ว”
จ้าวซิ่วเอ๋อเก็บข้าวของเสร็จ ก็จับมือซูเสี่ยวไว้ แววตาเต็มไปด้วยความสงสาร
แม้ตอนอยู่บ้านเดิมนางจะลำบาก แต่บิดามารดาก็รักและเอ็นดูนางไม่เคยขาด
เมื่อเทียบกับซูเสี่ยวแล้ว จ้าวซิ่วเอ๋อคิดว่าตนโชคดี แม้ชีวิตจะลำบากไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ยังได้ใช้ชีวิตอย่างสบายใจ
ซูเสี่ยวส่งยิ้มให้จ้าวซิ่วเอ๋อ “พี่สะใภ้ ต่อไปถ้าเจอคนบ้านเดิมของข้า ก็ไล่พวกเขาไปได้เลย ไม่ต้องสนใจ
ตั้งแต่ข้าแต่งเข้าตระกูลกู้ ข้าก็ไม่มีบ้านเดิมแล้ว บิดามารดาข้าก็ตายไปหมดแล้ว ส่วนน้อง ๆ ก็พามาอยู่ข้างกาย ข้าไม่มีอะไรให้ต้องห่วงอีก
อีกอย่าง พวกท่านดีกับข้าถึงเพียงนี้ ข้าไม่ลำบากหรอก ชีวิตดี ๆ เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น”
จ้าวซิ่วเอ๋อจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยของซูเสี่ยวให้ พลางยิ้มกล่าวว่า “ต่อไปมีเรื่องอะไร ก็มาบอกพี่สะใภ้ได้”
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ซูเสี่ยวเพิ่งได้พบปะกับจ้าวซิ่วเอ๋อสองครั้งเท่านั้น
แต่ในใจนางรู้ดีแล้วว่า พี่สะใภ้ใหญ่ผู้นี้เป็นคนจริงใจ คบหาได้
“ได้เลย ต่อไปคงต้องรบกวนพี่สะใภ้อีกหลายเรื่อง พี่สะใภ้อย่าเพิ่งรำคาญข้าก็แล้วกัน”
จ้าวซิ่วเอ๋อตบมือซูเสี่ยวเบา ๆ “คนบ้านเดียวกัน จะรบกวนอะไรกัน กลับกันเถอะ เวลาก็ล่วงเลยมามากแล้ว”
กู้ซูเหอจัดข้าวของทุกอย่างวางไว้บนรถลากเรียบร้อยแล้ว
ซูเสี่ยวหันไปมองแผงขายซาลาเปาฝั่งตรงข้ามถนน ก่อนจะปล่อยมือจ้าวซิ่วเอ๋อ
“พี่สะใภ้ รอข้าสักครู่นะ”
จ้าวซิ่วเอ๋อคิดว่าซูเสี่ยวยังมีธุระที่จัดการไม่เสร็จ จึงยืนรออยู่ใต้ร่มไม้
ไม่นานนัก ซูเสี่ยวก็ถือห่อซาลาเปาไส้เนื้อถุงใหญ่กลับมา
“พี่สะใภ้ นี่เป็นน้ำใจของข้า เอากลับไปให้ท่านปู่ท่านย่า ป้าสะใภ้ใหญ่ แล้วก็พวกหลาน ๆ กินเล่นนะ”
