ซ่งเค่อหนิงอาบน้ำเสร็จก็ผลักประตูห้องน้ำออกมา มือคว้าผ้าขนหนูมาเช็ดผมอย่างลวก ๆ หยดน้ำไหลจากปลายผมลงบนไหล่ ก่อนซึมลงบนเสื้อนอนยืดตัวนั้น ทิ้งรอยเปียกสีเข้มไว้หลายจุด
อาจเป็นเพราะตั้งครรภ์ วันนี้เธอนั่งอยู่แผนกเอกสารตลอดทั้งวันจนปวดเอวและรู้สึกหนักอึ้ง ตอนนี้เธออยากขึ้นเตียงนอนพักให้เร็วที่สุด
พอเดินเข้าห้องก็เห็นลู่จืออวี้นั่งอยู่ข้างโต๊ะคอมพิวเตอร์ บนโต๊ะมีสมุดเล่มหนึ่งกางอยู่ เขาถือปากกาหมึกเจลสีดำ เขียนอะไรบางอย่างโดยไม่หยุดมือ ก้มหน้าจดจ่ออยู่กับกระดาษ
ซ่งเค่อหนิงจำสมุดเล่มนั้นได้ทันที
มันเป็นสมุดที่เธอซื้อมาจากร้านขายของราคาสองหยวนชั้นล่างในวันที่สองหลังจากทั้งคู่ย้ายเข้ามา สมุดสองเล่มรวมกันราคาแค่สองหยวนเท่านั้น
เล่มปกแดงเธอใช้จดรายจ่ายประจำวัน ทั้งค่ากับข้าว ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และของใช้ในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างจดไว้อย่างละเอียด
ส่วนอีกเล่มปกสีน้ำเงินวางอยู่ตรงมุมโต๊ะคอมพิวเตอร์มาตลอด เดิมทีเธอตั้งใจเก็บไว้ใช้สำรอง ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะหยิบมาใช้
เธอย่องเข้าไปเงียบ ๆ ยืนอยู่ด้านหลังเขา เอาผ้าขนหนูพาดบ่าแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้เล็กน้อย “เขียนอะไรอยู่เหรอ?”
ลู่จืออวี้ขยับตัวไปด้านข้าง เปิดทางให้เธอมองบนโต๊ะได้ชัดขึ้น บนกระดาษเต็มไปด้วยตัวหนังสือแล้ว
ลายมือของเขาเป็นระเบียบและหนักแน่น แต่ละเส้นแต่ละขีดแยกจากกันแทบไม่มีการลากต่อกัน ระยะห่างระหว่างบรรทัดและตัวอักษรเรียบร้อยราวกับวัดด้วยไม้บรรทัด
ถ้าไม่ได้เห็นเขาเขียนกับตา ซ่งเค่อหนิงคงนึกว่าเป็นงานพิมพ์
บรรทัดแรกของหน้ากระดาษเป็นหัวข้อที่ตัวใหญ่กว่าข้อความด้านล่างเล็กน้อย — 《แผนปรับปรุงระบบบริหารคลังสินค้าในนิคมโลจิสติกส์เฉียงจี้》
เนื้อหาด้านล่างแจกแจงเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจน แต่ละข้อมีหมายเลขกำกับไว้
หนึ่ง วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ปัจจุบันคลังสินค้าพึ่งพาป้ายเขียนมือทั้งหมด หลังขนถ่ายสินค้า คนงานจะเขียนป้ายกำกับพาเลตด้วยมือ แล้วใช้เทปใสติดไว้บนฟิล์มพันพาเลต
