ซ่งเค่อหนิงรับกุ้งมาแล้วมองไปยังแผงปลา ก่อนจะเห็นหัวปลาขนาดใหญ่ที่หั่นเรียบร้อยวางอยู่บนเขียงข้าง ๆ “หัวปลานี่ขายยังไงคะ?”
เจ้าของร้านตบผ้ากันเปื้อนที่เปียกน้ำ “ถ้าจะเอา ผมให้สิบสองหยวน ปกติขายสิบแปด เป็นหัวปลาบิ๊กเฮด เพิ่งเชือดตอนบ่ายสี่ รับรองว่าสดครับ”
ซ่งเค่อหนิงมองตาปลาแล้วพลิกดูเหงือก เหงือกยังเป็นสีแดงสด ดูสดจริง ๆ “ได้ค่ะ เอาหัวปลานี่ด้วย จะได้ทำต้มจืดหัวปลากับเต้าหู้”
เจ้าของร้านได้ยินก็รีบตะโกนเรียกแผงเต้าหู้ฝั่งตรงข้าม “เมียจ๋า เอาเต้าหู้อ่อนมาสักก้อน แล้วก็เอาต้นหอมมาด้วยนะ”
จากนั้นก็หันมาอธิบายกับซ่งเค่อหนิง “แผงฝั่งตรงข้ามนั่นเมียผมขายเอง เต้าหู้ทำเอง ใช้ยิปซัมทำ เนื้อนุ่มมากครับ”
ภรรยาเจ้าของร้านสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ ใส่เต้าหู้อ่อนหนึ่งก้อนกับต้นหอมกำเล็ก ๆ ลงถุงแล้ววิ่งมา
“เต้าหู้ร้านฉันเอาไปต้มกับหัวปลาอร่อยที่สุด คนท้องกินแล้วดีนะคะ ช่วยบำรุงกระดูก แถมช่วยให้มีน้ำนมด้วย”
พูดจบเธอก็จงใจเหลือบมองท้องของซ่งเค่อหนิง “กี่เดือนแล้วคะ?”
“ยังอีกนานค่ะ” ซ่งเค่อหนิงรับเต้าหู้กับต้นหอมมาแล้วเอ่ยขอบคุณ
เจ้าของร้านช่วยคิดเงินอยู่ข้าง ๆ “กุ้งครึ่งกิโลสิบสองหยวนครึ่ง หัวปลาอีกสิบสอง รวมเป็นยี่สิบสี่หยวนครึ่ง ไว้คราวหน้าค่อยมาใหม่นะครับ”
ซ่งเค่อหนิงยิ้มพลางพยักหน้า แล้วจ่ายเงิน
ลู่จืออวี้ได้ยินประโยคที่ภรรยาเจ้าของร้านบอกว่า “คนท้องกินแล้วดี” ก็แอบจดจำไว้ในใจ
ทั้งสองหิ้วกุ้งกับหัวปลาเดินกลับ ระหว่างทางผ่านร้านขายยา ซ่งเค่อหนิงก็หยุดเดิน
เธอเงยหน้ามองลู่จืออวี้ “เราเข้าไปซื้อน้ำมันเขียวสักขวดเถอะ อากาศร้อนแบบนี้บางทีก็เป็นลมแดดได้ จะได้ไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นลมแดด”
ลู่จืออวี้พยักหน้า แล้วเดินตามซ่งเค่อหนิงเข้าไปในร้านขายยา
กลับถึงห้องเช่า ลู่จืออวี้หิ้วกุ้งกับหัวปลาเข้าไปในครัว “ให้ผมทำกับข้าวไหม?”
มือที่กำลังผูกผ้ากันเปื้อนของซ่งเค่อหนิงชะงักไป เธอเงยหน้ามองเขา สีหน้าจริงจัง ดูไม่เหมือนแค่พูดตามมารยาท
