ตอนเที่ยงครึ่ง สวนโลจิสติกส์เงียบสงบเป็นพิเศษ
ซ่งเค่อหนิงหิ้วปิ่นโตเก็บความร้อน เดินไปผลักประตูห้องเอกสารตามปกติ ตอนนั้นหยางหมิ่นกับหม่ามาเข่อก็ยังไม่อยู่
ทั้งคู่ชวนกันไปกินหมาล่าทังร้านเปิดใหม่ตั้งนานแล้ว ร้านฉลองเปิดกิจการ ลด 10 หยวนเมื่อซื้อครบ 30 หยวน คุ้มสุด ๆ
ก่อนเลิกงานเมื่อวาน หยางหมิ่นยังถามเธอว่าจะไปด้วยกันไหม ซ่งเค่อหนิงรู้ดีว่ากำลังทรัพย์ของตัวเองเป็นอย่างไร จึงได้แต่ยิ้มแล้วโบกมือ บอกว่าต้องเอาข้าวไปส่งให้สามี
ข้างโต๊ะวางแก้วน้ำชิดผนัง ลู่จืออวี้นั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก แผ่นหลังพิงกำแพง ขาข้างหนึ่งเหยียดตรง ส่วนอีกข้างงออย่างสบาย ๆ ปลายนิ้วพิมพ์บนโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว
บนหน้าจอเต็มไปด้วยโค้ด เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ บางครั้งก็หยุดแก้พารามิเตอร์หนึ่งบรรทัด ก่อนจะพิมพ์ต่ออย่างรวดเร็ว
ซ่งเค่อหนิงเดินเข้าไปอย่างเบามือเบาเท้า วางปิ่นโตลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงเบา ๆ แล้วบอกว่า “กินข้าวได้แล้ว”
“วันนี้ทำหมูผัดซอสเต้าเจี้ยวกับถั่วแขก แล้วก็มีซุปไข่มะเขือเทศด้วย”
ลู่จืออวี้ล็อกหน้าจอแล้ววางโทรศัพท์ เปิดปิ่นโตออก กลิ่นหอมของอาหารพลันลอยอบอวล
หมูผัดซอสเต้าเจี้ยวหั่นหนาบางพอดี ส่วนมันหมูเจียวจนม้วนขึ้นเล็กน้อย ซอสถั่วปากอ้าพริกแดงเคลือบเนื้อทุกชิ้น แค่มองก็รู้ว่ากินกับข้าวอร่อยแน่
ซุปไข่มะเขือเทศยังมีไอร้อนลอยขึ้นมา ไข่สีเหลืองนวลลอยอยู่บนผิวน้ำซุปสีแดงสด
ลู่จืออวี้หยิบตะเกียบ คีบหมูผัดซอสเต้าเจี้ยวเข้าปาก รสชาติพอดีเป๊ะ
ซ่งเค่อหนิงนั่งลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋า จู่ ๆ ดวงตาก็เป็นประกาย มุมปากยกขึ้นทันที “จริงสิ ปกติเงินเดือนออกวันที่ 8 ของทุกเดือน หยางหมิ่นบอกว่าถ้าตรงกับวันหยุดจะจ่ายก่อน วันนี้เงินเดือนก็เลยออกแล้ว”
