การปรากฏตัวของเจี้ยนเฉิงอยู่นอกเหนือความคาดหมายของหลินโยวหนิงโดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นผู้ชายที่ดูราวกับคิดถึงเธอมากจนออกตามหาอยู่ตรงหน้า เธอก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วขมวดคิ้ว “เจี้ยนเฉิง คุณเป็นบ้าอะไรของคุณ”
เจี้ยนเฉิงจ้องมองเธอด้วยแววตาลึกล้ำ “คุณจดทะเบียนสมรสกับกู้ไหว๋เฉินจริง ๆ เหรอ”
ที่เขามาตามหาเธอ ก็แค่อยากยืนยันเรื่องนี้เท่านั้น
หลินโยวหนิงพูดไม่ออก “...คุณฟังเสียงกู้ไหว๋เฉินไม่ออกหรือไง”
เจี้ยนเฉิงตอบ “ผมอยากฟังจากปากคุณ”
“ใช่ แล้วมีปัญหาอะไร” หลินโยวหนิงรู้สึกว่าเจี้ยนเฉิงน่าขันจริง ๆ เธอกับเขาไม่เคยคบกัน แถมไม่เคยมีอะไรคลุมเครือต่อกันด้วยซ้ำ แล้วทำไมพอเธอจดทะเบียนสมรสกับกู้ไหว๋เฉิน เขาถึงได้กลัดกลุ้มจนทำใจไม่ได้ขนาดนี้
หรือเป็นเพราะเขาคิดว่าเธอกับเขาจะได้แต่งงานกันอย่างนั้นเหรอ
เขาป่วยหรือไง
หลินโยวหนิงคิดแล้วก็ขี้เกียจพูดกับเขาต่อ “มีธุระอย่างอื่นอีกไหม”
เธอเตือนเจี้ยนเฉิง “ตอนนี้ฉันเป็นภรรยาของกู้ไหว๋เฉินแล้ว ฉันแนะนำว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม”
สีหน้าเจี้ยนเฉิงเย็นชาลงเล็กน้อย เขาถามเสียงขรึม “ทำไม”
“ทำไมอะไร” หลินโยวหนิงฟังไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร
เจี้ยนเฉิงถาม “ทำไมคุณถึงแต่งงานกับกู้ไหว๋เฉิน”
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” หลินโยวหนิงรู้สึกว่าเขาพูดจาไร้เหตุผล “ฉันอยากแต่งงานกับใครก็แต่ง คุณไม่ใช่พ่อฉันสักหน่อย หรือคิดจะมาห้ามฉันหรือไง”
พูดจบ หลินโยวหนิงก็เสริมอีกว่า “อีกอย่าง ฉันแต่งงานกับกู้ไหว๋เฉินก็เพราะชอบเขา รักเขา ไม่อย่างนั้นฉันจะแต่งกับเขาทำไม”
ฉวยจังหวะที่เจี้ยนเฉิงกำลังชะงัก หลินโยวหนิงก็ไม่เสียเวลาพูดกับเขาอีก ลากต้วนอิ่งเจินวิ่งหนีไปทันที
