ก่อนจะเปลี่ยนฉางเผ้า หลินโยวหนิงตั้งใจจะถ่ายรูปส่งให้กู้ไหว๋เฉินดู แล้วถามว่าเขาคิดว่าเป็นอย่างไร
แต่พอหยิบโทรศัพท์ออกมา หลินโยวหนิงกลับรู้สึกว่าไม่จำเป็นแล้ว
ก่อนหน้านี้เธอส่งรูปให้เขาหลายรูป แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนนัก ครั้งนี้คงไม่ต่างกัน อย่างมากเขาก็คงพูดแค่ประโยคเดียวว่า “คุณชอบก็พอแล้ว”
พอคิดได้อย่างนั้น หลินโยวหนิงก็เลิกล้มความคิดที่จะให้กู้ไหว๋เฉินดูล่วงหน้า
เธอเปลี่ยนฉางเผ้าออก แล้วให้เหวินฉือช่วยปรับแก้
หลินโยวหนิงไม่มีอะไรทำ จึงนั่งจิบชาเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ พลางคุยเป็นเพื่อนเธอไปด้วย
“วันนี้พนักงานร้านหยุดหรือคะ”
สตูดิโอของเหวินฉือมีผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ อยู่คนหนึ่ง รับผิดชอบงานจิปาถะอย่างจัดเอกสารและทำสถิติต่าง ๆ
เหวินฉือตอบว่า “สองสามวันนี้เธอมีธุระนิดหน่อย เลยลางานไปค่ะ”
หลินโยวหนิงเข้าใจแล้ว กำลังจะพูดอะไรต่อ ก็มีลูกค้าเข้ามาในร้าน
“คุณไปต้อนรับลูกค้าก่อนเถอะค่ะ” หลินโยวหนิงรู้กาลเทศะดี “ฉันไม่รีบค่ะ”
เหวินฉือรับคำ “รอฉันแป๊บหนึ่งนะ”
หลินโยวหนิงตอบรับ พลางนึกขึ้นได้ว่า “ฉันไปซื้อกาแฟสักแก้วดีกว่า คุณเอารสอะไรคะ”
“อะไรก็ได้ค่ะ”
หลินโยวหนิงเดินออกจากร้านฉางเผ้า มุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เธอมาที่นี่บ่อย จึงคุ้นเคยกับบริเวณรอบ ๆ เป็นอย่างดี
ซื้อกาแฟมาสองแก้วแล้ว หลินโยวหนิงก็เดินกลับ
ตอนกลับมาถึงสตูดิโอฉางเผ้า เหวินฉือกำลังวัดตัวลูกค้าอยู่ หลินโยวหนิงไม่รีบร้อน จึงเดินไปนั่งรอพักอยู่ด้านหลังด้วยตัวเอง
จู่ ๆ โทรศัพท์ของเธอก็สั่น เป็นข้อความจากแม่ของกู้ไหว๋เฉิน
ครั้งก่อนที่ไปตระกูลกู้ หลินโยวหนิงเพิ่มผู้ใหญ่ของตระกูลกู้ไว้ในวีแชตหลายคน เธอเคยคิดว่าหลังจากเพิ่มเพื่อนกันแล้ว พวกท่านคงส่งข้อความมาหาเธอบ่อย ๆ คล้ายกับเรื่องที่เคยได้ยินเกี่ยวกับการเป็นสะใภ้ตระกูลร่ำรวยที่ไม่ใช่เรื่องง่าย คอยเตือนเธอในวีแชตเป็นระยะว่าต้องเป็นภรรยาที่ดีของกู้ไหว๋เฉิน และอะไรทำนองนั้น
