กึก ๆ ๆ……
มีเสียงคนเหยียบขึ้นบันไดดังมาจากด้านหลัง เหยาผิงอันหันไปมอง ก็เห็นเถียนโหย่วเหวย
“หัวหน้า ได้ข่าวเรื่องกำลังเสริมบ้างหรือยัง?”
เถียนโหย่วเหวยเดินเข้ามา พิงกระสอบทรายแล้วมองออกไปข้างนอก ก่อนส่ายหน้า “ทางสถานทูตกับสถานกงสุลยังพยายามกันอยู่ แต่ก่อนหน้านี้เราเสียรถหุ้มเกราะไป 3 คันกับฮัมวีอีก 2 คัน กองกำลังประจำการฝั่งอัจญ์ดาบิยาก็เลยไม่ยอมส่งทหารออกมา”
“พวกเขามีกำลังพลไม่มาก แถมยังต้องจัดกำลังป้องกันเขตเมือง กำลังพลที่ดึงออกมาได้เลยมีน้อย ส่วนกำลังยานเกราะยิ่งไม่กล้าเคลื่อนย้ายกันง่าย ๆ”
“เพราะงั้น ต่อให้มีกำลังเสริม ก็ต้องส่งทหารมาจากเบงกาซี คงต้องรออีกสักพัก”
เหยาผิงอันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้นัก
แต่เขาฟังความหมายที่เถียนโหย่วเหวยต้องการจะสื่อออก ว่าลิเบียไม่ได้ปฏิเสธ แต่คงหวังว่าจะได้กำลังเสริมในเร็ว ๆ นี้ไม่ได้
“แล้วโรงงานเครื่องจักรล่ะ?”
พอได้ยินเหยาผิงอันถามถึงเรื่องนี้ สีหน้าเถียนโหย่วเหวยก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาถอนหายใจก่อนพูดว่า “ฉันติดต่อเหล่าจูแล้ว เขาบอกว่ามีคนวนเวียนอยู่แถวโรงงานเหมือนกัน แต่ยังดีที่โรงงานอยู่ใกล้เขตเมือง ห่างออกไป 20 กิโลเมตรก็เป็นค่ายทหารแล้ว”
“เขาคิดว่าพวกนั้นคงไม่กล้าลงมือบุ่มบ่าม ตอนนี้เลยยังปลอดภัยอยู่”
“อีกอย่าง สำนักงานใหญ่ก็ส่งคนไปเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย แถมพาพนักงานส่วนหนึ่งออกมาด้วย สถานการณ์ทางนั้นดีกว่าฝั่งเราหน่อย”
เหยาผิงอันพยักหน้า ไม่ถามอะไรต่อ
“ช่วยจับตาดูให้ดี ตอนนี้นอกจากปืนกลอเนกประสงค์เกาพื้นสู่อากาศบนดาดฟ้าแล้ว ที่นี่ของนายก็เป็นกำลังยิงสนับสนุนที่ไว้ใจได้ที่สุด ระวังตัวให้ดี”
