“พี่ไห่ เราต้องถอนตัวแล้ว เดี๋ยวนี้เลย!”
ได้ยินเสียงจากหูฟัง หวังไห่ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนตอบกลับไปว่า “รับทราบ พวกนายเฝ้าระวังต่อ ฉันจะลงไปดู”
พูดจบ หวังไห่ก็หายลับไปตรงบันได
ชั้นล่างกำลังวุ่นวายกันทั้งแถบ
เพื่อนร่วมชาติที่มาหลบภัยที่นี่ รวมถึงเจ้าหน้าที่กว่าสิบคน สะพายกระเป๋ารออยู่ในโถงชั้นหนึ่ง รถด้านนอกยังตรวจซ่อมไม่เสร็จ ส่วนหัวหน้าสองคนบนชั้นบนเพิ่งถอดคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์ ตัดสายสัญญาณเรียบร้อย
“อีกนานไหม?”
หวังไห่โผล่มาถามตรงประตู
“ใกล้แล้ว!”
“ของสำคัญเก็บใส่กระเป๋าหมดหรือยัง?”
“เรียบร้อยตั้งนานแล้ว สายสัญญาณก็ตัดหมดแล้ว ฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ก็เอามาด้วย”
“งั้นไปเลย ข้างนอกท่าไม่ดีแล้ว”
“ได้!”
ทุกคนรีบลงบันได หวังไห่ก็แจ้งเหยาผิงอันกับคนอื่น ๆ ด้วย
รถมินิบัสอีเวโกสามคันจอดรออยู่ที่ชั้นหนึ่ง เพื่อนร่วมชาติเริ่มทยอยขึ้นรถ ส่วนรถออฟโรดหกคันเตรียมพร้อมแล้ว กำลังติดตั้งปืนกลบนรถและขนย้ายอาวุธกับกระสุนจากคลังแสง
“กระสุนต้องใช้อีกนานไหม?”
“เหลือสามลังสุดท้าย!”
“ขนขึ้นรถแล้วออกเดินทางทันที”
“ครับ!”
“ผิงอัน!”
“มาแล้ว!” เหยาผิงอันวิ่งเข้าไปหา
หวังไห่ตบฝากระโปรงรถเบา ๆ “ทีมของนายใช้คันนี้นำทาง บนหลังคามีปืนกล!”
“เข้าใจแล้ว!”
“จำไว้นะ พอออกไปแล้วอย่าผ่านเขตเมือง ให้มุ่งตะวันออก อ้อมอัจญ์ดาบิยาแล้วค่อยขึ้นถนนสายหลัก”
“ได้”
เหยาผิงอันรับคำ แล้วเรียกพวกเดียวกันขึ้นรถ
เหลียวซิ่วเจี๋ยขึ้นนั่งคนขับ อามู่นั่งเบาะหลัง เหยาผิงอันเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับ ส่วนหลี่เสี่ยงขึ้นไปเปลี่ยนกล่องป้อนกระสุนขนาดใหญ่ใบใหม่ให้ปืนกลอเนกประสงค์พีเคเอ็มบนหลังคารถ
