เมื่อขายจนหมดแล้ว ยังมีคนมาถามว่าส่งมาเพิ่มได้หรือไม่ เสิ่นเหลาเอ้อร์จึงได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ บอกว่าปีนี้หมดแล้ว ปีหน้าค่อยมีอีก
เมื่อรู้ว่าทำเงินได้ พวกเขาจึงตัดสินใจดูแลแปลงผักเล็ก ๆ นั้นให้ดี
และเพราะมีเงินก้อนนี้ ปีใหม่ปีนี้ของเรือนตระกูลเสิ่นจึงดีกว่าปีใหม่ทุกปีที่ผ่านมา
ยายเสิ่นถึงกับไม่เสียดายเงินเป็นครั้งแรก
เงินซองสีแดงที่มอบให้เด็กทั้งสามคนก็เพิ่มขึ้นอีกหลายอีแปะ
ทุกคนในบ้านดีใจกันยกใหญ่
กระทั่งผ่านวันที่สิบห้าเดือนอ้ายไปแล้ว ปีใหม่จึงถือว่าสิ้นสุดลง
เสิ่นเหลาเอ้อร์หยิบของที่เตรียมไว้นานแล้วออกมาตรวจทีละชิ้น
รองเท้าใหม่หนึ่งคู่ที่จ้าวซิ่วหลานทำให้ กับชุดเสื้อผ้าสีครามเข้มชุดใหม่เอี่ยม
ยังมีเนื้อตุ๋นอบแห้งสองชิ้น เป็นของที่บ้านหมักไว้เองตอนปีใหม่
นอกจากนี้ยังมีค่าบำเรอบูชาครูที่ห่อด้วยกระดาษแดง
“ดูหน่อยว่ายังขาดอะไรหรือไม่?”
จ้าวซิ่วหลานเดินวนไปวนมาอยู่ข้าง ๆ ตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่ตนเองจะออกจากบ้านเสียอีก
สือโถวยืนอยู่ในลานบ้าน เถาเอ๋อร์กำลังช่วยจัดคอเสื้อใหม่ให้เขาเรียบร้อย
ซิงเอ๋อร์พึมพำอยู่ข้าง ๆ ว่า “ไปเรียนหนังสือแล้ว เจ้าก็กลับมาอยู่ตลอดไม่ได้อีกแล้ว...”
เถาเอ๋อร์ตบมือน้องสาวของตนเบา ๆ แล้วกล่าวว่า
“อย่าไปฟังพี่รองของเจ้า การเรียนหนังสือสำคัญ ตั้งใจเรียนให้ดี พอถึงวันหยุดค่อยกลับมาก็ได้”
สือโถวตอบรับทุกคำอย่างว่าง่าย
เสิ่นเหลาเอ้อร์จึงแบกตะกร้าใบใหญ่ จูงมือสือโถวออกจากบ้านไป
บ้านของฟางเหวินชิงก็อยู่แถวสำนักเรียนประจำอำเภอ
ผู้ที่มาเปิดประตูคือตัวฟางเหวินชิงเอง
เมื่อเห็นเสิ่นเหลาเอ้อร์แบกตะกร้าใบใหญ่ และมีสือโถวยืนอยู่ข้างกาย เขาก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเปิดประตูให้
