เด็กทั้งสามเดินสอบถามผู้คนไปตามริมแม่น้ำ พลางมุ่งหน้าเดินขึ้นไปทางเหนือเรื่อย ๆ
เดินไปได้เกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็พบสถานที่แห่งนั้น
ริมฝั่งแม่น้ำมีผู้คนเบียดเสียดกันอยู่เต็มไปหมด อย่างน้อยก็นับร้อยคน มองไปเห็นเป็นกลุ่มดำทะมึน
บนหาดทรายมีกระท่อมหญ้าชั่วคราวตั้งเรียงอยู่หลายแถว ข้างกระท่อมมีกระทะใบใหญ่สองใบ ตั้งอยู่เหนือเตาและกำลังมีไอขาวลอยกรุ่น
เมื่อเห็นผู้คน เถาเอ๋อร์ก็วางสือโถวลง เด็กทั้งสามยืนอยู่บนเนินดิน มองลงไปเบื้องล่าง
ริมฝั่งแม่น้ำมีน้ำแข็งบาง ๆ เกาะอยู่ พวกกรรมกรเปลือยเท้ายืนแช่น้ำ ช่วยกันส่งหินกับถุงดินขึ้นไปทีละชั้น
“ท่านพ่อล่ะ?”
ซิงเอ๋อร์เขย่งปลายเท้า มองฝ่าฝูงชนเข้าไป
สือโถวไม่พูดอะไร กวาดตามองผู้คนไปทีละแถว
“ตรงนั้น!”
เขากระตุกแขนเสื้อเถาเอ๋อร์อย่างแรง
เสิ่นเหลาเอ้อร์โชคร้าย ถูกจัดให้ทำงานตรงส่วนในสุดของคันดิน ซึ่งเป็นจุดที่น้ำลึกที่สุด
หากไม่ได้บำรุงร่างกายไว้ล่วงหน้า คงเหนื่อยจนหมดแรงล้มพับไปตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว
แต่ตอนนี้ก็แทบไม่ต่างกัน เนื้อที่เพิ่งเพิ่มขึ้นมาเมื่อช่วงก่อนหายไปหมดแล้ว
ถึงอย่างนั้นก็ยังเกียจคร้านไม่ได้ เวลานี้เขากำลังก้มหลังขนย้ายก้อนหินอยู่
คนข้าง ๆ ส่งก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งมาให้ เสิ่นเหลาเอ้อร์เกือบรับไว้ไม่อยู่
เถาเอ๋อร์อดใจไม่ไหว ร้องเรียก “ท่านพ่อ!”
ซิงเอ๋อร์ก็ร้องตาม “ท่านพ่อ! ท่านพ่อ!”
เสิ่นเหลาเอ้อร์กำลังขนหินขึ้นไปวางบนคันดิน พอได้ยินเสียงก็ชะงักไป
เขาอดไม่ได้ที่จะยืดตัวขึ้น หันไปมองทางฝั่งแม่น้ำ
