เห็นสือโถวกระโดดโลดเต้นเข้ามา ยายเสิ่นก็ชี้ลงพื้น
สือโถวชะงักงัน มองยายแล้วมองไปรอบลานบ้าน
ลานบ้านว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่สักคน
แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สือโถวก็ยังคงคุกเข่าลงอย่างว่าง่าย
ยายเสิ่นยกเถาวัลย์ขึ้น มือสั่นอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเห็นสีหน้าฉงนของสือโถวแล้ว กลับตีไม่ลงเสียที
นางชี้หน้าสือโถว “เจ้า...เจ้า...”
สือโถวไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลัวว่ายายเสิ่นจะโกรธจนเป็นอะไรไป จึงถามอย่างระมัดระวัง “ท่านย่า เป็นอะไรหรือขอรับ?”
ยายเสิ่นเกือบหายใจไม่ทัน
“เจ้ายังจะถามอีกหรือว่าย่าเป็นอะไร! ย่าถามเจ้า มันจีนของย่าหายไปไหนหมด? ทั้งบ้านหวังพึ่งของพวกนั้นประทังชีวิตตลอดทั้งปี เจ้าเอาไปเสียหมดแล้ว!”
สือโถวรู้สึกผิดขึ้นมาทันที
มันจีนพวกนั้นถูกนำไปปลูกในนาหลวงหมดแล้ว ตอนนี้จะไปเอาคืนที่ไหนได้อีก?
เขาทำได้เพียงขอโทษเหมิ่งเสียวในใจเงียบ ๆ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ทำท่าทางว่าง่ายน่าเอ็นดู
“ท่านย่า มันจีนไม่มีแล้ว แต่ข้ามีข่าวดีจะบอก”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องเอามันจีนของย่าคืนมา ข่าวอื่นย่าไม่อยากฟัง!”
“ท่านย่า ทางอำเภอจะงดเก็บภาษีฤดูใบไม้ร่วงแล้วขอรับ”
สือโถวรีบพูดแทรกก่อนยายเสิ่นจะเอ่ยปาก
ยายเสิ่นกำลังโกรธ พอได้ยินก็สบถออกมาทันที
“งดภาษีฤดูใบไม้ร่วงแล้วอย่างไร! ย่าจะบอกเจ้าไว้นะ เสิ่นเหิงจือ ตั้งแต่เล็กจนโตย่าไม่เคยตีเจ้าเลย วันนี้ต่อให้ใครมาก็ห้ามย่าไม่ได้ ย่าจะ...”
จู่ ๆ นางก็นึกอะไรขึ้นได้ แล้วหยุดกลางคัน
“เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
“ทางอำเภอจะงดเก็บภาษีฤดูใบไม้ร่วงแล้วขอรับ” สือโถวพูดซ้ำ ดวงตาไม่กะพริบ
