“ร้านยารับซื้อด้วยหรือ” สือโถวถามทันที
เจ้าของร้านชะงักไปครู่หนึ่ง เข้าใจความคิดของเขาแล้วจึงปฏิเสธอย่างสุภาพ
“ของสิ่งนี้ไม่ได้มีค่าอะไรนัก ปกติพ่อค้ายาส่งมาให้แต่ละครั้งก็พอใช้ได้ถึงครึ่งปีแล้ว เพราะฉะนั้นตอนนี้คงยังไม่รับ”
สือโถวไม่ท้อแท้ เพียงยิ้มแล้วกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
เสิ่นเหลาเอ้อร์เห็นว่าพวกเขาคุยกันเสร็จแล้ว จึงนับค่ายาส่งให้ จากนั้นกล่าวขอบคุณเจ้าของร้าน แล้วพาสือโถวออกจากร้านยา
ระหว่างทางกลับหมู่บ้าน สือโถวแทบไม่ได้พูดอะไรเลย
เสิ่นเหลาเอ้อร์คิดว่าเขาไม่สบายใจเรื่องขายสมุนไพร จึงปลอบว่า
“ไม่เป็นไร ผักของเรือนเรายังขายได้ ไม่อดตายหรอก”
สือโถวขานรับ “อืม” แล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ
เมื่อกลับถึงบ้าน ฟ้าก็มืดสลัวแล้ว
ยายเสิ่นเก็บอาหารไว้บนเตา พอเห็นพวกเขาเข้าประตูก็รีบจัดการอุ่นกับข้าว
แต่สือโถวไม่ได้รีบกิน รอจนทุกคนในเรือนนั่งพร้อมหน้ากันแล้ว จึงเอ่ยขึ้นว่า “ท่านพ่อ ข้ามีเรื่องอยากปรึกษาทุกคน”
เสิ่นเหลาเอ้อร์เพิ่งยกถ้วยขึ้น พอได้ยินก็วางลงอีกครั้ง “มีเรื่องอะไรหรือ”
“เรือนเราขายน้ำชาเย็นกันเถิด”
คนที่โต๊ะต่างชะงักงัน
“ขายน้ำชาเย็นหรือ” เสิ่นเหลาเอ้อร์ทำหน้างุนงง “เรือนเราจะทำเป็นได้อย่างไร...”
“ท่านทำเป็นนี่”
สือโถวกล่าวขัดขึ้น
“วันนี้เจ้าของร้านไม่ได้บอกหรือ ใช้หญ้าเอ็นยืดต้มกับน้ำก็พอ ทั้งยังช่วยป้องกันลมแดดได้ด้วย”
“ตอนนี้อากาศร้อนขึ้นทุกวัน คนใช้แรงงานในเมือง คนตั้งแผงขายของ คนเดินทาง ใครบ้างไม่ร้อน พวกเราต้มชาแล้วเอาไปขายในเมือง ตั้งราคาให้ถูกหน่อย อย่างไรก็ต้องมีคนซื้อ”
เสิ่นเหลาเอ้อร์ลังเล “จะได้ผลจริงหรือ หญ้าเอ็นยืดมีอยู่เต็มถนนเต็มหนทาง คนอื่นต้มกินเองก็ได้นี่”
