ทว่าเสิ่นเหลาเก้นกลับมีความคิดเป็นของตนเอง
“เอาละ ข้าจะไปดูทางนั้นสักหน่อย” เขาพูดขึ้นกะทันหัน
สือโถวยังไม่ทันได้ขานรับ เสิ่นเหลาเก้นก็ไพล่มือไว้ข้างหลังแล้วเดินจากไป
ครานี้เขาออกไปนานถึงครึ่งค่อนวัน
จนดวงอาทิตย์คล้อยพ้นกลางศีรษะ เสิ่นเหลาเก้นจึงกลับมา
สือโถวผุดลุกขึ้นทันที อยากจะถามให้รู้เรื่อง แต่ใครจะรู้ว่าเสิ่นเหลาเก้นกลับเดินผ่านเขาไปเสียเฉย ๆ
สือโถวจึงเดินตามไป เท้ายังไม่ทันก้าวข้ามธรณีประตู ก็ได้ยินเสิ่นเหลาเก้นพูดกับยายเสิ่นว่า
“ข้าเหนื่อยนิดหน่อย ไม่กินแล้ว เหลาเอ้อร์กลับมาเมื่อไร ให้เขามาหาข้า”
จากนั้นประตูห้องด้านในก็ปิดลง ไร้เสียงใด ๆ
สือโถวยืนงงอยู่กลางห้องโถง
ยายของเขาเองก็จับต้นชนปลายไม่ถูก พึมพำว่า “นี่เป็นอะไรอีกแล้ว” ก่อนจะหันหลังไปทำงานในครัว
สือโถวจึงได้แต่กลับไปนั่งรอที่หน้าประตูต่อ
กระทั่งฟ้ามืด เสิ่นเหลาเอ้อร์กับจ้าวซิ่วหลานจึงกลับมาจากอำเภอ
“สือโถว!”
เสิ่นเหลาเอ้อร์เพิ่งก้าวเข้าลานบ้าน เห็นสือโถวนั่งเท้าคางอยู่ก็เอ่ยอย่างยินดี
“วันนี้ก็ขายหมดอีกแล้ว! ข้าให้แม่เจ้าเอาไข่ไก่ไปต้มสองสามฟองแล้วเอาไปขายด้วย ขายดีทีเดียว รวมแล้วได้เงินหกสิบอีแปะ”
สือโถวขานรับเสียงเบา แต่กลับยิ้มไม่ออก
เสิ่นเหลาเอ้อร์เห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงถามว่า “เป็นอะไรไป โดนดุมาหรือ”
“เปล่า”
สือโถวบุ้ยปากไปทางห้องด้านใน แล้วบอกต่อว่า
“ท่านปู่บอกว่าพอท่านกลับมา ให้ไปหาท่าน”
เสิ่นเหลาเอ้อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนส่งไม้คานให้จ้าวซิ่วหลาน เช็ดเหงื่อบนมือแล้วเดินเข้าไปในห้องด้านใน
เสิ่นเหลาเก้นนั่งอยู่ตรงขอบเตียง มือกำกล้องยาสูบไว้แต่ยังไม่ได้จุด พอเห็นบุตรชายเข้ามาก็เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า “นั่งสิ”
