บ่าวรับใช้เดินเข้าไปแจ้งเรื่อง ครู่ใหญ่จึงเดินออกมา ก้มตัวรายงาน
“คุณชายน้อย นายท่านไม่อยู่ ช่วงนี้ที่สำนักงานอำเภอเหมือนจะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เขาจึงนำคนออกไปด้วยตนเองขอรับ”
เหมิ่งเสียวอึ้งไป อดกระทืบเท้าบ่นไม่ได้ “ท่านพ่อทำเช่นนี้ได้อย่างไร เขารับปากข้าเองว่าจะให้ข้าพาคนมาพบ แต่กลับไม่อยู่เสียได้”
ฮูหยินเหมิ่งได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากโถงด้านหลัง เห็นเด็กโตสามคนยืนทำหน้าบึ้งอยู่ในลานบ้าน ก็ยิ้มพลางกวักมือเรียก
“นี่เกิดอะไรขึ้นอีกแล้ว วันนี้จะไปหาพ่อเจ้าด้วยเรื่องอะไร เล่าให้แม่ฟังสิ”
เหมิ่งเสียวรีบเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
ฮูหยินเหมิ่งไม่รู้เรื่องแผนการของสามี อีกทั้งยังตามใจบุตรชายมาก ครั้นฟังจบจึงโบกมือให้ทันที
“แม่ก็นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้ก็แค่ที่ดินผืนหนึ่งเอง แม่ตัดสินใจให้ได้ เอาละ ๆ แม่อนุญาตแล้ว พวกเจ้าไปเถอะ”
“แม่จำได้ว่าทางใต้ของเมืองมีนาหลวงอยู่แปลงหนึ่ง ไม่มากหรอก แค่ห้าสิบหมู่เท่านั้น พวกเจ้าเอาไปเล่นเถอะ เดี๋ยวแม่ค่อยบอกนายท่านสักคำก็พอ”
ซุนเซี่ยงกับสือโถวต่างอึ้งไป
สือโถวตกตะลึง เพราะที่ดินทั้งหมดในบ้านเขารวมกันแล้วยังมีเพียงสิบกว่าหมู่ ฮูหยินเหมิ่งกลับเอ่ยปากให้ถึงห้าสิบหมู่ แล้วยังบอกว่า “ไม่มาก” อีก
ซุนเซี่ยงก็ตกตะลึงไม่ต่างกัน
บิดาของเขาไม่มีนาประจำตำแหน่ง มีเพียงเงินเดือนที่นายอำเภอเหมิ่งจ่ายให้ ที่ดินเล็กน้อยในบ้านล้วนเป็นของที่ครอบครัวซื้อหามาเอง เขาย่อมรู้ว่าห้าสิบหมู่มีความหมายเพียงใด
แต่เหมิ่งเสียวกลับไม่รู้อะไรเลย เขากระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจทันที “ขอบคุณท่านแม่! ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านแม่ดีที่สุด!”
