สวีเซิ่งสูดลมหายใจเฮือกใหญ่
“พ่อ นี่พ่อ...”
“รับไป” ชายชรายัดตราประทับใส่มือเขา “ต่อไปถ้าแกเจออุปสรรคที่ข้ามไม่พ้นจริง ๆ ก็ไปหาลุงหลี่ที่สำนักงานคณะกรรมการพรรคประจำจังหวัด แล้วเอาตรานี้ให้เขาดู”
“เขาจะรู้เองว่าต้องทำยังไง”
สวีเซิ่งกำตราประทับไว้ในมือ รู้สึกได้ถึงน้ำหนักอันหนักอึ้งของมัน
ตราประทับนี้มีความสำคัญมาก ชายชราถึงกับยกไพ่ตายใบสุดท้ายที่เหลืออยู่ให้เขา
เขากำลังจะเอ่ยขอบคุณ แต่ชายชรายกมือห้าม
“พอแล้ว ฟ้าสางแล้ว ออกไปช่วยแม่แกเก็บของเถอะ”
สวีเซิ่งเก็บตราประทับใส่กระเป๋าเสื้อด้านในอย่างระมัดระวัง วางไว้ข้างสมุดเล่มนั้น
จากนั้นก็โค้งคำนับกู้เจิ้นหัวอย่างนอบน้อม
……
ในลานบ้าน
หลินซู่เฟินตื่นแล้ว
เธอนั่งอยู่ตรงขอบเตียงเตาในห้องโถงใหญ่ อุ้มเหนียนโหรวไว้ในอ้อมแขน ส่วนห่อตัวของเหนียนอานวางอยู่ข้าง ๆ
ไฉ่ไฉ่นั่งซุกอยู่ข้างตัวเธอ กำลังกัดไข่ต้มอยู่ฟองหนึ่ง
หญิงชราอุ้มหลานสาวไปพลาง คุยกับกู้หวยโหรวไปพลาง
“เรื่องไฉ่ไฉ่ไปโรงเรียนน่ะ ให้แกตั้งใจเรียนเข้าไว้ ส่วนค่าเล่าเรียนกับค่าหนังสือ แม่จะฝากคนส่งไปให้ทีหลัง”
“แม่ อาเซิ่งหาเงินได้เยอะ ไม่ต้องให้แม่เป็นห่วงหรอก”
“ไม่ได้หรอก” หลินซู่เฟินโบกมือ “แม่ก็เป็นแม่คนเหมือนกัน แม่รู้ดีอยู่แก่ใจ”
