ชาติที่แล้ว สวีเซิ่งทำงานรับจ้างอยู่ระดับล่างมาหลายปี จึงคุ้นเคยกับประสบการณ์เอาตัวรอดในสังคมเป็นอย่างดี
นอกจากนั้น เขายังรู้สึกซาบซึ้งและละอายใจต่อตระกูลกู้ เช้าวันถัดมาเขาจึงเช็ดรถที่ตระกูลกู้ขับมาไว้ในลานบ้านตั้งแต่เช้าตรู่
เขาเช็ดรถจี๊ปไปหนึ่งรอบ แล้วใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดกระจกรถกาซ-69 อีกครั้ง
รถทั้งสองคันเติมน้ำมันเต็มถังไว้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
ตาเนี้ยหลี่เดินออกมาจากห้องครัวพร้อมหาบใบใหญ่
“ดาเซิ่ง มานี่หน่อย!”
สวีเซิ่งวางผ้าขี้ริ้วแล้วเดินเข้าไปดู
ในหาบมีไข่ต้มวางเรียงอยู่ยี่สิบกว่าฟอง ขนมปังนึ่งแป้งขาวอีกสิบกว่าลูก ข้างกันมีไหใบใหญ่ใส่ผักดองเค็มที่หมักไว้
“นี่เอาไว้กินระหว่างทางหมดเลยเหรอ?”
“อืม” ตาเนี้ยหลี่พูดพลางห่อไข่ใส่กระดาษน้ำมัน “พ่อตากับแม่ยายต้องเดินทางตั้งห้าชั่วโมง ไม่พกอะไรไปบ้างได้ยังไง”
“ป้าใส่ไข่ไปแค่ครึ่งเดียวก็พอ ส่วนที่เหลือเก็บไว้ให้ไฉ่ไฉ่กินที่บ้านเถอะ”
“โธ่เอ๊ย เด็กคนนี้นี่!”
ตาเนี้ยหลี่ตบแขนเขาเบา ๆ “บ้านเรามีไก่ตั้งเยอะ! อีกอย่าง แม่ยายกลับไปคราวนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมาอีก เอาของกินติดไปเยอะหน่อยแล้วจะเป็นไรไป”
สวีเซิ่งไม่ได้เถียงต่อ เขาย่อตัวลงช่วยใส่ขนมปังนึ่งลงในถุงผ้า
ระหว่างที่กำลังจัดของ กู้เจิ้นหัวก็คลุมเสื้อเดินออกมาจากห้องรับรอง
“พ่อ ทำไมตื่นเช้าจังครับ?”
“นอนไม่หลับ” ชายชราประสานมือไว้ด้านหลัง “เสี่ยวเซิ่ง เข้ามาคุยกับฉันหน่อย”
สวีเซิ่งยื่นถุงผ้าให้ตาเนี้ยหลี่ แล้วปัดแป้งที่ติดมือออก
