“เจาตี้! ไปจดทะเบียนหย่ากับไอ้ไร้ประโยชน์นี่ที่คอมมูนซะ!”
หลิวคนขายหมูสั่งเสียงเฉียบขาด
หลิวเจาตี้ก้มหน้าเงียบมาตลอด
ปกติเธออาจจะกร่างอยู่บ้าง แต่ก็เพราะมีครอบครัวฝั่งตัวเองคอยหนุนหลัง
ถ้าหย่ากันจริง ๆ ผู้หญิงท้องแก่ตัวคนเดียวอย่างเธอ ต่อไปก็ใช่ว่าจะใช้ชีวิตได้สบาย
“พ่อ...”
หลิวเจาตี้เรียกเสียงเบา ก่อนมองสวีอันปังที่นอนอยู่บนพื้น สีหน้าซับซ้อน
“มองอะไร! ยังอาลัยอาวรณ์ไอ้ไร้ประโยชน์แบบนี้อยู่อีกหรือไง?”
หลิวคนขายหมูด่าอย่างหัวเสีย “ลืมแล้วเหรอว่าหลายวันมานี้พ่อบอกอะไรบ้าง? อยู่กับมันแล้วจะมีชีวิตดี ๆ ได้ยังไง? ดูพ่อแม่มันสิ ต่อให้มีเงินสักแดงก็ไม่ยอมเอามาให้พวกแกใช้!”
“ลองดูสวีเซิ่งสิ ตอนนี้เขารุ่งเรืองแค่ไหน! สวีอันปังนี่มันโคลนเหลวที่ปั้นยังไงก็ไม่ขึ้นชัด ๆ!”
หลายวันมานี้หลิวคนขายหมูคอยเป่าหูหลิวเจาตี้ทุกวันว่า ตระกูลสวีแย่อย่างนั้น สวีอันปังไร้ประโยชน์อย่างนี้ ถ้ากลับบ้านพ่อแม่ก็จะดูแลเธออย่างดี พอคลอดลูกออกมาก็จะเป็นคุณชายน้อยของตระกูลหลิว ต่อไปได้กินดีอยู่ดีแน่นอน
เดิมทีหลิวเจาตี้ก็ไม่ค่อยมีความคิดเป็นของตัวเองอยู่แล้ว พอโดนพ่อกล่อมกรอกหูเสียชุดใหญ่ ใจก็เริ่มหวั่นไหว
“อันปัง...”
หลิวเจาตี้มองสวีอันปังที่อยู่บนพื้น เม้มริมฝีปาก “หรือว่า...เราหย่ากันเถอะ”
พอสวีอันปังได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกราวกับฟ้าถล่มลงมา
“เมียจ๋า! เธอก็ไม่เอาฉันแล้วเหรอ? เราเป็นผัวเมียกันมาตั้งหลายปีนะ!”
