“อย่าแย่งผลประโยชน์กับทางการ”
“อย่าแย่งผลประโยชน์กับชาวบ้าน”
“อย่าสร้างศัตรูกับคนร่วมอาชีพ”
“จำข้อห้ามสามข้อนี้ให้ขึ้นใจ เส้นทางของแกถึงจะไปได้ไกล”
สวีเซิ่งพยักหน้าอย่างจริงจัง
“พ่อ ผมจำได้แล้ว”
กู้เจิ้นหัวมองเขา ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างฉับพลัน
“ต้าเซิ่ง ยังมีอีกเรื่องที่ฉันต้องถามแก”
“พ่อพูดมาเลยครับ”
“พ่อแกกับน้องชายคนรองถูกพาตัวไปโรงพักอำเภอเมื่อบ่ายวานนี้ใช่ไหม?”
สวีเซิ่งชะงักไป
กู้เจิ้นหัวโบกมือ “ไม่ต้องปิดบังฉันหรอก หลี่ต้าโหย่วโทรมาที่บ้านฉันตอนบ่ายแล้ว เล่าเรื่องนี้ให้ฟัง วันนี้ที่ฉันมา ส่วนหนึ่งก็เพราะเรื่องนี้เหมือนกัน”
สวีเซิ่งก้มหน้าลง
“พ่อ...”
“ต้าเซิ่ง” น้ำเสียงของกู้เจิ้นหัวอ่อนโยนลงมาก “แกทำถูกแล้ว”
สวีเซิ่งเงยหน้าพรวด
“แต่...” กู้เจิ้นหัวเปลี่ยนเรื่อง “ทำถูกไม่ได้แปลว่าทำได้ดี”
“ตัดความเกี่ยวข้องก็คือตัดความเกี่ยวข้อง แต่ถึงอย่างไรก็เป็นพ่อแท้ ๆ ของแก แกส่งเขาไปโรงพักก็เพื่อวางกฎ เมื่อวางกฎเสร็จแล้ว ขั้นต่อไปแกก็ต้องทำ”
“ขั้นไหนครับ?”
“ทำให้เขาเปลี่ยนแปลง”
กู้เจิ้นหัวยกถ้วยชาขึ้นจิบ
“ทางโรงพัก ฉันคุยกับหัวหน้าเฉินไว้แล้ว พ่อแกกับน้องชายคนรองจะถูกขังสามวัน ได้ข้าวกินวันละมื้อ ครบสามวันก็ปล่อยตัว ไม่ต้องรับโทษ ไม่ติดประวัติ”
“ครบสามวัน แกไปรับพวกเขากลับมา ขาของน้องชายคนรองก็พาไปโรงพยาบาลอำเภอรักษาให้ดี ค่าใช้จ่ายแกออก ส่วนพ่อแก จัดให้ทำงานจิปาถะในทีมขนส่ง กวาดลาน ดูแลโรงรถ ให้เดือนละ 15 หยวน”
“ไม่ต้องให้มาก แค่ 15 หยวนก็พอ ซื้อบุหรี่สูบได้ กินข้าวได้”
“ให้เขารู้ว่าเงินต้องหามาด้วยตัวเอง”
“พอขาน้องชายคนรองหายแล้ว ก็ให้ไปทำงานยกของที่จุดรับฝากขาย อยู่กลุ่มเดียวกับหลี่เหล่าเหนียน”
“— 15 หยวน”
สวีเซิ่งฟังแล้วรู้สึกหลากหลายปนเปกันไปหมด
“ต้าเซิ่ง” กู้เจิ้นหัวมองเขา “กฎหมายกำหนดให้ตัดความเกี่ยวข้องได้ แต่ความกตัญญูอยู่ที่ใจ แกทำตามกฎหมายแล้ว จะทิ้งน้ำใจไม่ได้เหมือนกัน”
“ถ้าแกต้อนพวกเขาจนมุม ชาวบ้านอาจพูดว่าแกใจร้ายอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ถ้าแกดึงพวกเขากลับมา ให้ใช้แรงแลกข้าวกิน มองในระยะยาวชาวบ้านก็จะพูดว่าแกมีน้ำใจและรู้คุณคน”
