มือเธอหายไปหรือไง?
สายตาของโจวปิ่งเชียนหนักแน่นราวกับจับต้องได้ ขณะที่ตอนนี้หมิงอี๋ยืนหันหน้าไปทางเขาพอดี
สายตาของทั้งคู่สบประสานกันจากระยะไกล
แววตาของเขามืดครึ้ม แนวกรามแข็งเกร็ง หมิงอี๋ไม่หลบตา มือที่ถือผ้าขนหนูยังคงเช็ดไล่จากใบหน้าของจงซวี่ลงมา
“คุณหมิง ทำไมไม่พูดอะไรเลยครับ?”
จงซวี่หันหลังให้ทางนั้น จึงไม่เห็นโจวปิ่งเชียน
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้จงซวี่ยังครุ่นคิดอยู่ในใจ
ความสงสัยนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตอนอยู่บนรถ เป็นแค่เรื่องบังเอิญจริง ๆ หรือ?
“ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะท่านประธาน” หมิงอี๋เอ่ย “ฉันไม่เป็นไร ไม่ได้รู้สึกไม่สบาย แค่...”
สายตาของเธอมองไปยังทิศทางหนึ่งเบื้องหลังเขา
จงซวี่นึกอะไรขึ้นได้ จึงหันกลับไป
เป็นโจวปิ่งเชียน
ที่เมื่อครู่มือเธอสั่น เพราะเห็นโจวปิ่งเชียนงั้นหรือ?
แสงแดดจ้าจนแสบตา หมิงอี๋เหลือบมองชายทั้งสอง
คนหนึ่งมีเจ้าโลกใหญ่กว่า อีกคนบั้นท้ายผายกว่า
ไม่รู้เหมือนกันว่า...
ใครจะเหนือกว่ากัน
“ประธานไช่”
โจวปิ่งเชียนก้าวเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน สายตากวาดผ่านร่างบอบบางคุ้นตา แววตานั้นปราศจากอารมณ์ใดเป็นพิเศษ
จากนั้นเขาก็เบนสายตากลับมาหาประธานไช่ที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์
“คุณโจว บังเอิญจังนะครับ” ประธานไช่เก็บโทรศัพท์ แล้วยื่นมือไปจับมือกับโจวปิ่งเชียนอย่างสุภาพ “คุณโจวมาเล่นกอล์ฟแถวนี้ด้วยหรือครับ ก่อนหน้านี้ไม่เคยเจอกันเลย”
โจวปิ่งเชียนตอบ “นาน ๆ มาทีครับ”
“งั้นมาเล่นด้วยกันสักรอบไหมครับ?” เดิมทีไช่จัวแค่พูดตามมารยาท ไม่คิดว่าโจวปิ่งเชียนจะตอบตกลง
