แสงไฟนอกหน้าต่างรถสาดเข้ามา ทำให้สีหน้าของเขาสว่างวูบวาบสลับมืดมิด
หมิงอี๋ยกมือยันอกเขาไว้
เสียงรูดซิปดังขึ้นภายในรถ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและตรงไปตรงมา
“คุณกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า”
เสียงของหมิงอี๋แผ่วเบา อ่อนโยน แต่กลับฟังคล้ายกำลังยั่วเย้า
“ชุดราตรีนี่คุณชายโจวเป็นคนเลือกนี่คะ น่าเกลียดเหรอ ฉันไม่เห็นรู้สึกแบบนั้นเลย”
เธอคลี่ฝ่ามือออก ปลายนิ้วไล้จากปกเสื้อสูทขึ้นไป จัดเนกไทให้เข้าที่
“ฉันกลับรู้สึกว่า ชุดที่คนรักใหม่ของคุณโจวใส่อยู่ต่างหากถึงจะเรียกว่าน่าเกลียด”
โจวปิ่งเชียนก้มมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตากลมโตพร่าเลือนราวกับผลองุ่นของเธอโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว ริมฝีปากอิ่มฉ่ำยกขึ้นเล็กน้อย
“คงไม่ใช่คุณโจวเลือกให้หรอกนะคะ”
หมิงอี๋สบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง “ถ้าอย่างนั้นคุณโจวกำลังลดระดับการใช้จ่าย หรือว่าสายตาฝ้าฟางลงกันแน่คะ”
โจวปิ่งเชียนฟังออกว่าเธอกำลังเหน็บแนม
มือของเขาเลื่อนจากไหล่เธอลงมา ก่อนจะคว้าท้ายทอยไว้
ร่างครึ่งซีกของหมิงอี๋หลุดพ้นจากชุดราตรี แล้วถูกดึงเข้าหาเขา
“คุณทำอะไรคะ”
ห้องโดยสารด้านหลังที่ปิดสนิทพลันดูแคบและอึดอัดขึ้นมา
โจวปิ่งเชียนออกแรงรวบตัวเธอมานั่งบนตัก
รองเท้าของหมิงอี๋หล่นลงไป
แสงเงานอกหน้าต่างรถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แสงจันทร์กระจ่างผ่องราวกับคลุมผิวเนียนผุดผ่องดุจหยกของหญิงสาวไว้ด้วยผ้าบางชั้นหนึ่ง
“คุณโจวกำลังไม่สมหวังในเรื่องบนเตียงหรือคะ”
หมิงอี๋ถูกกดให้อยู่ในอ้อมแขนเขา “ดูท่าคนรักใหม่คงปรนเปรอคุณไม่ถึงใจสินะคะ!”
สิ้นเสียง คางของเธอก็ถูกบีบขึ้นฉับพลัน
“ปากเก่งจริงนะ”
