ในลานจอดรถมีเสียงสะท้อนก้อง
รองเท้าส้นสูงคู่เล็กของหมิงอี๋กระทบพื้นดังตึก ๆ
“เอาไปเป่าลูกโป่งเล่นก็ได้นะ”
เธอเดินเข้าไปในลิฟต์
โจวฉงจิ่นก้าวตามเข้าไปด้วย “เป่าลูกโป่งเหรอ? ฉันไม่ชอบเล่นอะไรเป็นเด็ก ๆ หรอก ฉันชอบเกมของผู้ใหญ่มากกว่า”
ลิฟต์ยังไม่ขยับ
โจวฉงจิ่นมองมาอีกครั้ง “ทำไมไม่แตะบัตรล่ะ?”
หมิงอี๋ถาม “คุณจะขึ้นไปกับฉันจริง ๆ เหรอ?”
“เราตกลงกันไว้ตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง?” โจวฉงจิ่นเอียงตัวเล็กน้อย จ้องหญิงสาวตรงหน้า “เมื่อกี้พี่ชายฉันส่งข้อความหาคุณแล้วสินะ”
“คิดว่าเขาจะขับรถตามมาหรือเปล่า?”
หมิงอี๋ตอบ “ไม่หรอก”
“ฉันว่าเขามาแน่” โจวฉงจิ่นยิ้มอย่างมีเลศนัย “เรามาเดิมพันกันดีไหม?”
“ไม่เดิมพัน”
“ห้าล้าน” เขาพูดอย่างมั่นใจ “ถ้าพี่ชายฉันมา หรือหาทางไล่ฉันไปได้ ฉันจะให้คุณห้าล้าน”
ลิฟต์ยังคงไม่ขึ้น
มีคนเข้ามาอีกคู่
เป็นสามีภรรยาวัยกลางคน
หมิงอี๋ถอยหลังไปครึ่งก้าว แล้วเห็นว่ามีคนกดชั้นไว้แล้ว
ชั้นยี่สิบ
“คิดว่าเงินน้อยไปเหรอ?” โจวฉงจิ่นถอยตามไปครึ่งก้าว ยืนเคียงข้างเธอ “งั้นสิบล้านเป็นไง?”
สามีภรรยาวัยกลางคนหยุดคุยกันไปทันที
ลิฟต์เริ่มเคลื่อนขึ้น
หมิงอี๋ถาม “คุณว่างมากหรือไง?”
“อยู่กับคุณทีไรก็มีเรื่องให้คุยตลอด” โจวฉงจิ่นหน้าตาหล่อเหลา ทว่าจงใจพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานราวกับรักใคร่
หมิงอี๋เห็นสามีภรรยาคู่นั้นแอบมองอยู่
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเสียเวลากับฉันเลย”
โจวฉงจิ่นตอบ “ฉันก็บอกแล้วว่าฉันชอบคุณ”
หมิงอี๋สูดหายใจลึก “คุณป่วยหรือไง?”
“อย่าโกรธสิ ผู้หญิงที่ขาดความรักมาหล่อเลี้ยงมักจะหงุดหงิดง่าย ฉันว่าเราสองคนเหมาะกันดีออก”
