ในห้องมีเพียงตะเกียงน้ำมันดวงเดียว หลังจากกู้เฉาซีเอนตัวลงนอน เสิ่นฉีอวิ๋นก็เป่าตะเกียงดับ แสงจันทร์สาดเข้ามาจากนอกหน้าต่าง เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของเขาที่ค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้เตียง ชวนให้รู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก
กู้เฉาซีขยับหนีเข้าไปด้านในเล็กน้อย แต่พอเสิ่นฉีอวิ๋นล้มตัวลงนอน สิ่งแรกที่เขาทำก็คือดึงเธอเข้าไปกอดไว้ แล้วก้มลงจูบเธอ ตั้งแต่แรกสัมผัสก็อ่อนโยนเสียจนเธอเผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับจูบนั้น
ไม่นานนัก ด้านดุดันที่ซ่อนลึกอยู่ในตัวเขาก็เผยออกมา จูบหนักหน่วงและลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จนกู้เฉาซีแทบหายใจไม่ทัน เสิ่นฉีอวิ๋นจึงยอมผละออกชั่วครู่ ส่งลมหายใจให้เธอสองสามครั้ง พอเธอหายใจคล่องแล้วก็จูบต่อ
สายชุดนอนแบบสายเดี่ยวเลื่อนหลุดจากไหล่อย่างรวดเร็ว เผยผิวขาวผ่องราวหยก ปลายนิ้วของเสิ่นฉีอวิ๋นหยาบกระด้าง พอสัมผัสเข้ากับผิว กู้เฉาซีก็สะดุ้งน้อย ๆ อยากหลบหนี แต่เขากลับประคองเอวเธอไว้ ทำให้ดิ้นไม่หลุด
เธอราวกับขนมแป้งนุ่ม ๆ ที่เคลือบน้ำผึ้ง ทั้งนุ่มนวลทั้งน่าทะนุถนอม เสิ่นฉีอวิ๋นจูบเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ อยากลิ้มลองเธออย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ทั้งยังอยากกักเธอไว้ในอ้อมกอดตลอดไป
ยามผิวเนื้อแนบชิดกัน ความสุขมหาศาลก็เอ่อล้นในใจเขา อยากจะก้าวไปอีกขั้น แต่ก็กลัวจะทำให้เธอเจ็บ
คืนนี้ไม่ทันต้มยาแล้ว เขาจึงไปไม่ถึงขั้นสุดท้าย
เขาก้มลงจูบอีกครั้ง กู้เฉาซีครางอู้อี้ พยายามหลบไปตามสัญชาตญาณ ทว่าเอวกลับถูกมือคู่หนึ่งตรึงไว้แน่น จนขยับไม่ได้แม้แต่น้อย
