ดวงตาดำสนิทของเสิ่นฉีอวิ๋นจับจ้องหลี่เฉาฝูจากมุมสูงกว่า ใบหน้าเย็นชาอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เท่าไร”
หลี่เฉาฝูชะงักไป คิดไม่ถึงว่าไอ้บ้านนอกจากชนบทคนนี้จะกล้าหือด้วย เขามองเสิ่นฉีอวิ๋นที่สูงกว่าเขาเกือบหนึ่งหัว ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ “นายเป็นอะไรกับเธอ ถึงได้มายุ่งด้วย?”
“อย่าไปใช้ชีวิตกับไอ้จนเลย มันเลี้ยงเธอไหวเหรอ?”
“เธอยังไม่เคยดูหนังใช่ไหม อยากไปดูด้วยกันกับพี่หรือเปล่า?”
หลี่เฉาฝูพูดพลางยื่นมือไปดึงกู้เฉาซี ยิ่งมองสาวน้อยคนนี้ก็ยิ่งดูมีเสน่ห์ ชวนให้ใจคันยุบยิบ
มือของเขาเพิ่งยื่นออกไป เสิ่นฉีอวิ๋นก็คว้าข้อมือไว้แล้วบีบแน่น หลี่เฉาฝูร้อง “โอ๊ย!” ก่อนทรุดลงคุกเข่าข้างหนึ่ง “นายทำอะไร! ลุงของฉันคือหลี่เซี่ยงหนานนะ!”
เสิ่นฉีอวิ๋นก้มมองเขา น้ำเสียงไม่ดังนัก แต่เย็นเยียบราวกับเคลือบน้ำแข็ง “ลุงเจ้าเป็นใคร ข้าไม่สนใจ หากยังกล้ามองภรรยาข้าอีก ข้าควักลูกตาเจ้าแน่”
หลี่เฉาฝูตัวสั่นงันงก แทบจะฉี่ราด ชายคนนี้ไม่ได้แค่ขู่เล่น มือที่เหมือนคีมเหล็กแทบจะบีบกระดูกเขาให้แตก หากไม่ยอมก้มหัวให้ ไม่แน่ว่าอีกฝ่ายจะควักลูกตาเขาจริง ๆ
“ฉันไม่กล้าแล้ว ฉันไม่กล้าจริง ๆ…”
“ไสหัวไป” เสิ่นฉีอวิ๋นปล่อยมือ สีหน้าเย็นเยียบ
เมื่อกู้เฉาซีเห็นท่าทางของเสิ่นฉีอวิ๋น หัวใจก็พลันเต้นกระตุก เธอเพิ่งรู้สึกว่าปกติเขาเก็บงำตัวตนไว้ในบ้านมาตลอด ส่วนตอนนี้ต่างหากที่เป็นตัวตนที่แท้จริงของเขา
หลี่เฉาฝูคลานหนีไปอย่างทุลักทุเล
กู้เฉาซีเงยหน้ามองเสิ่นฉีอวิ๋น สีหน้าเขากลับมาเรียบสงบดังเดิม ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ขึ้นรถ” เสิ่นฉีอวิ๋นก้าวขึ้นคร่อมจักรยาน แล้วหันมามองเธอ
