เสิ่นหงเสียหน้าแดงก่ำ นี่เป็นครั้งแรกที่มีใครเรียกเธอแบบนี้ คนในบ้านต่างเรียกเธอว่าน้องรอง ส่วนพี่สาวของเธอ เสิ่นหงอิง เป็นพี่ใหญ่
พอกู้เฉาซีเรียกเช่นนี้ จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าชื่อตัวเองเพราะขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยอย่างเขิน ๆ ว่า “พี่สะใภ้สาม ดูเหมือนพี่จะอายุน้อยกว่าฉันหนึ่งปีนะ?”
“ถึงอย่างนั้นฉันก็เป็นพี่สะใภ้สามของเธออยู่ดี” กู้เฉาซียิ้มตอบ ที่จริงอายุจริงของเธอยังมากกว่าเสิ่นหงเสียหลายปีด้วยซ้ำ
“ก็ถือว่าพี่สามได้กำไรไปแล้ว” เสิ่นหงเสียกระซิบ ถ้าเธอเป็นผู้ชาย ได้ภรรยาแบบนี้สักคนก็คงดี
หน้าที่ทำการกองผลิต หัวหน้ากองผลิตเสิ่นเจี้ยนกั๋วกำลังกลุ้มใจ
เสิ่นเจี้ยนกั๋วไพล่มือไว้ด้านหลัง “ปีนี้ใกล้จะดำนากันเสร็จแล้ว หลังจากนี้ต้องหางานให้ทุกคนทำ แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะให้ทำอะไรดี”
“ปีก่อน ๆ ก็ขุดบ่อน้ำ ลอกเลนในบ่อ งานพวกนี้ทำซ้ำไปซ้ำมาก็เหมือนเดิม ผลผลิตธัญพืชก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นสักหน่อย”
เสิ่นฉีอวิ๋นนึกถึงข่าวที่เพิ่งได้ยินมา จึงเสนอว่า “สร้างโรงเรียนก็ได้นะครับ ให้คนในหมู่บ้านช่วยกันสร้าง ไม่นานก็สร้างเสร็จแล้ว”
เสิ่นเจี้ยนกั๋วพลันเข้าใจ “ที่พูดมาก็ถูก ฉันเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว รอฉันเรียกทุกคนมารวมกันก่อน จะได้บอกเรื่องนี้ แล้วก็ยกย่องภรรยาของแกกับฉีเฟิงให้ดีด้วย”
ช่วงบ่ายพอดำนาเสร็จ ก่อนที่ผู้คนจะแยกย้าย หัวหน้ากองผลิตก็ประกาศให้ทุกคนไปประชุมที่ทำการหมู่บ้านทันที ในที่สุดลำโพงกระจายเสียงของหมู่บ้านก็ดังขึ้น “ฮัลโหล ฮัลโหล ทุกคนไปประชุมที่ทำการหมู่บ้าน!”
ไม่นานทั้งชายหญิง เด็กและผู้ใหญ่ในหมู่บ้านก็มากันหมด แม้แต่เด็กทารกอายุไม่กี่เดือนก็ถูกอุ้มออกมาด้วย ลานตากข้าวหน้าที่ทำการหมู่บ้านจึงเต็มไปด้วยผู้คนในพริบตา
“วันนี้ อย่างแรกเราต้องยกย่องสหายกู้เฉาซีกับสหายเสิ่นฉีเฟิง ทั้งสองกล้าหาญช่วยเด็กที่ตกน้ำ แสดงน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัว น่ายกย่องและน่าชื่นชมมาก”
สิ้นเสียงหัวหน้ากองผลิต เสียงปรบมือดังกึกก้องจากด้านล่างเวที ตามมาด้วยเสียงโห่ร้องชื่นชม
