ทั้งสองขับรถไปเรื่อยอย่างไร้จุดหมาย สุดท้ายเจียงหลีโม่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงให้ลู่ฉือขับอ้อมไปทางฝั่งตะวันออกของทะเลสาบเฉิงหู
โรงงานของเจียงเซิ่งตั้งอยู่แถบทะเลสาบเฉิงหู พอถึงหนึ่งทุ่มก็ยังสว่างไสวไปทั่วโรงงาน
“โรงงานของบ้านคุณเหรอ?”
ลู่ฉือรู้ว่าบริษัทเจียงเซิ่งอยู่ใจกลางเมือง ส่วนโรงงานสร้างอยู่ชานเมืองและกินพื้นที่หลายไร่
เจียงหลีโม่ตั้งใจให้เขาขับอ้อมมาดูแบบนี้ ที่นี่ต้องเป็นโรงงานของเจียงเซิ่งแน่นอน
เป็นอย่างที่คิด เจียงหลีโม่พยักหน้า “ที่นี่มีคนงานสามหมื่นคน”
ใกล้จะถึงปีใหม่แล้ว ทุกคนจึงเร่งทำงานล่วงเวลา เพื่อผลิตสินค้าล็อตสุดท้ายส่งออกให้ทันก่อนกลับบ้านเกิด
เจียงหลีโม่ไม่ได้เข้าไปข้างใน ยามโรงงานเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ข้างโรงงานจากระยะไกล แต่ไม่รู้ว่าเป็นรถของใคร จึงไม่ได้ออกมา
เจียงหลีโม่ยืนมองอยู่ข้างนอกเงียบ ๆ เธอได้ยินเสียงทำงานจากด้านใน เสียงเครื่องจักรฟังดูคุ้นเคยและอบอุ่น
ชาติก่อนบริษัทเลิกจ้างพนักงาน ขายโรงงาน แม้แต่เศษเหล็กเศษทองแดงข้างในก็ยังขายทิ้ง
เจียงเฉินขอเครื่องจักรไปเพียงส่วนหนึ่ง ตอนนั้นเขายังเพ้อฝันว่าจะเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนคุณปู่ แล้วกลับมาสร้างตัวได้อีกครั้ง
แต่ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง โชคดีไม่ได้หวนกลับมาหาตระกูลเจียงอีก...
“พวกเขาขยันกันจัง...” ลู่ฉือพ่นลมหายใจเป็นไอสีขาว ก่อนเอ่ยด้วยความรู้สึก
เจียงหลีโม่พยักหน้า เธอไม่รู้เลยว่าคนงานสามหมื่นคนในชาติก่อนสุดท้ายแล้วไปอยู่ที่ไหนกัน
อย่างไรเสีย เจียงเซิ่งก็ทำพลาดและทำให้พวกเขาต้องผิดหวัง
ถึงขั้นไม่ได้รับเงินเดือนช่วงหลายเดือนสุดท้ายด้วยซ้ำ
คนงานเชื่อมาตลอดว่าโรงงานใหญ่ขนาดนี้คงไม่ล้มละลาย จึงกัดฟันทนทำงานต่อไป แต่สุดท้ายเจียงเซิ่งก็ล้มลงจริง ๆ คนตระกูลเจียงทำให้พวกเขาผิดหวัง
เจียงหลีโม่กระชับเสื้อผ้า พยายามปกปิดร่างกายที่หนาวสั่น
“ลู่ฉือ ฉัน... ฉันควรทำยังไงดี...”
“ฉันเกลี้ยกล่อมพ่อไม่ได้”
แค่จะไล่คนไม่กี่คนออก เธอยังทำอะไรไม่ได้เลย
ลู่ฉือฟังคำพูดของเจียงหลีโม่แล้วไม่เข้าใจ เขาไม่เคยเห็นเธอมีสีหน้าเศร้าหมองขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ หรือเจียงเซิ่งกำลังประสบวิกฤตทางการเงิน? ไม่เห็นเคยได้ยินเลย
