“ของปลอม”
ระหว่างกินข้าว เจียงหลีโม่เล่าเรื่องทุกอย่างให้เมิ่งอี๋หลานฟังอย่างละเอียด
ความสัมพันธ์ระหว่างเจียงหลีโม่กับจ้านฉุนอวี่เป็นเพียงการคบหากันเพื่อรับมือกับสัญญาหมั้นหมายของตระกูลจ้านกับตระกูลเจียงเท่านั้น
เมื่อได้ฟังจนหายข้องใจ เมิ่งอี๋หลานก็โกรธจนกัดฟันกรอด แม้จะเป็นเรื่องหลอก ๆ แต่เธอก็ยังรู้สึกว่าจ้านฉุนอวี่ไม่คู่ควรกับเจียงหลีโม่เลย
“จ้านฉุนอวี่ไม่เหมาะกับเธอ อย่าเล่นละครจนกลายเป็นเรื่องจริงเข้าล่ะ”
พูดจบเมิ่งอี๋หลานก็ด่าอีกว่า “จี้เนี่ยนเลือกคนเก่งจริง ๆ จ้านเยี่ยนเซินโดดเด่นที่สุดในบรรดาคนพวกนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าเป็นฉันนะ เมื่อกี้คงตบหน้าเขาไปแล้ว เสี่ยวหลี เธอเปลี่ยนไปนะ...”
“เมื่อก่อนเธอไม่เคยยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้นี่?!”
เจียงหลีโม่ชะงักไปเล็กน้อย
ชาติที่แล้วเธอไม่ยอมแพ้ ทั้งยังหวงจ้านเยี่ยนเซินจนเกินไป สุดท้ายกลับทำให้ครอบครัวต้องพินาศ
เธอเบ้ปากแล้วพูดว่า “ฉันก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้แสดงท่าทีต่อต้านกันตรง ๆ ก็คงไม่ได้หรอก”
“จริง ๆ เธอไปหาคุณปู่จ้านก็ได้นะ... เขารักเธอที่สุดเลย...” เมิ่งอี๋หลานคิดว่าในโลกนี้คงมีเพียงคุณปู่จ้านเท่านั้นที่ทำให้จ้านเยี่ยนเซินแต่งงานกับเสี่ยวหลีได้
เจียงหลีโม่ส่ายหน้า “ไม่ล่ะ ความสุขที่ได้มาจากการฝืนใจใครไม่มีทางยั่งยืนหรอก”
“พอเถอะ ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องจ้านเยี่ยนเซินอีกแล้ว”
“ก็ได้...” เมิ่งอี๋หลานคิดว่านี่คงเป็นมื้อสุดท้ายก่อนปีใหม่ที่ได้กินกับเพื่อนสนิท เธอต้องรักษาอารมณ์ให้เบิกบาน จึงไม่พูดถึงเรื่องน่าหนักใจอีก
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นหนึ่งครั้ง เจียงหลีโม่หยิบขึ้นมาดู สีหน้าครุ่นคิด
……
บริษัทเจียงเซิ่งปิดทำการช่วงวันหยุดทั้งหมดแล้ว
เมื่อเจียงหลีโม่มาถึงบริษัท ที่นี่ดูเงียบเหงากว่าตอนกลางวันมาก ทั้งชั้นเงียบจนได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของเธอ
เมื่อไปถึงแผนกการเงิน เธอก็หยิบกุญแจออกมาลองทีละดอก ในที่สุดก็เจอดอกที่ใช่และเปิดประตูเข้าไป
เจียงหลีโม่รออยู่ข้างในเงียบ ๆ สิบนาที
