ช่วงปีใหม่ เมิ่งอี๋หลานจะถูกครอบครัวจัดให้ไปดูตัวกับคุณชายตระกูลร่ำรวย พ่อแม่ให้เงินก้อนโตมา เพื่อให้เธอเลือกเสื้อผ้าที่ “ดูเรียบร้อยหน่อย”
เมิ่งอี๋หลานจึงลากเจียงหลีโม่ไปเดินเล่นที่ร้านชุดกี่เพ้า
ใต้แสงไฟสีเหลืองนวลภายในร้าน มีชุดกี่เพ้าแสนประณีตแขวนเรียงรายอยู่บนราวไม้
เมิ่งอี๋หลานถูกใจชุดที่เหมาะกับคุณนายเมิ่งเป็นตัวแรก “ชุดนี้เหมาะกับแม่ฉัน”
พูดจบก็หยิบชุดกี่เพ้าสีชมพูอมม่วงอ่อนที่ดูอ่อนวัยขึ้นมาอีกตัว ก่อนเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “เสี่ยวหลี ผิวเธอขาว ใส่สีอ่อนต้องสวยมากแน่ ๆ”
พนักงานขายคล้อยตาม “คุณผู้หญิงหุ่นดีขนาดนี้ ใส่ชุดแบบไหนของร้านเราก็ต้องสวยสะดุดตาแน่นอนค่ะ”
เจียงหลีโม่ปฏิเสธ “คนที่จะไปดูตัวคือเธอต่างหาก”
เมิ่งอี๋หลานยิ้มแฉ่งพลางถามเจียงหลีโม่ “ฉันจะไปดูตัวกับคุณชายใหญ่ตระกูลเหวินแล้ว ทำไมไม่เห็นเธอดีใจกับฉันบ้างเลยล่ะ?”
เจียงหลีโม่คิดในใจ จะให้ดีใจได้ยังไง?
เธอรู้คำตอบล่วงหน้าอยู่แล้ว—
การดูตัวครั้งนี้ไม่สำเร็จ
เมิ่งอี๋หลานไม่ได้ถูกใจคุณชายใหญ่คนนั้น
“ฉันก็แค่...”
เจียงหลีโม่เพิ่งคิดจะพูดปดส่ง ๆ เมิ่งอี๋หลานก็ถามขึ้นว่า “เธอว่าฉันใส่ชุดนี้สวยไหม?”
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นนัก
เจียงหลีโม่พยักหน้าพร้อมชมไม่ขาดปาก “สวยสิ ไปลองดูเถอะ จะได้รู้ว่าใส่แล้วเป็นยังไง”
เมิ่งอี๋หลานกำลังจะเดินไปอย่างร่าเริง ทันใดนั้นถังเนี่ยนฉือก็เดินเข้ามา รอยยิ้มของเจียงหลีโม่ชะงักไปเล็กน้อย
“หลีโม่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ถังเนี่ยนฉือยิ้มเอ่ย “ครั้งก่อนที่เจอกัน เธอยังเรียนมหาวิทยาลัยไม่จบเลย เผลอแวบเดียวก็ทำงานแล้ว”
เธอพูดด้วยท่าทีเป็นมิตร “ทำไมถึงไม่เรียนต่อแล้วล่ะ? รู้ไหมว่าจี้เนี่ยนจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา อายุยังน้อยก็ออกมาทำงานแล้วจะดีอะไร ตอนที่ควรเรียนรู้กลับไม่เรียน ต่อไปโอกาสก็จะน้อยลงนะ”
เธอพูดปลอบด้วยท่าทีของผู้อาวุโส
หากภาพลักษณ์ปากจัดใจแคบของเธอในชาติก่อนยังไม่ฝังลึกอยู่ในใจ เจียงหลีโม่คงคิดไปแล้วว่าเธอเป็นรุ่นพี่หญิงผู้ทรงเกียรติ
