“พอแล้ว ฉันรู้แล้วว่าพี่สาวจี้ของเธอเก่งกาจแค่ไหน หวังว่าความสามารถของเธอจะถูกใช้ในทางที่ถูกต้องนะ” เจียงหลีโม่ขมวดคิ้ว ปิดหนังสือ ไม่อยากคุยกับเธอว่าจี้เนี่ยนดีแค่ไหน “เธอไปได้แล้ว”
ซูเหมียนเหมียนเกลียดที่สุดเวลาที่เจียงหลีโม่พูดจาประชดประชัน เธอถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างแรง
ยิ่งคิดว่าเจียงหลีโม่สู้จี้เนี่ยนไม่ได้สักด้าน
เธอกำลังจะเดินจากไป เจียงหลีโม่ก็เรียกไว้ “เดี๋ยวก่อน”
เจียงหลีโม่มองใบหน้าขาวผ่องไร้ตำหนิของเธอ ภาพซูเหมียนเหมียนที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเลือดและอยู่ในสภาพน่าเวทนาในชาติก่อนพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า
เธอมองนักเรียนหญิงที่เดินตามหลังซูเหมียนเหมียนมา เป็นเด็กสาวในชุดสีน้ำเงินที่ไม่ค่อยพูด แล้วเอ่ยกับอีกฝ่ายว่า “ฉันมีเรื่องอยากคุยกับเธอ...”
ในชาติก่อน เด็กสาวน่ารักสดใสคนนี้กลับถูกทำลายโฉม
มีดแหลมที่ซ่อนอยู่ในเค้กวันเกิดแทงจนเป็นแผล ใบหน้าชุ่มไปด้วยเลือดและเนื้อเละเทะ
ต่อให้จ้านเยี่ยนเซินเชิญทีมแพทย์ชั้นนำที่สุดมา ก็ยัง...
“แต่ฉันไม่อยากฟัง” ซูเหมียนเหมียนรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงจะพูดอะไรที่ทำให้เธอหันไปเข้าข้างตน
แต่เธอจะเลือกพี่สาวจี้
“ไปกันเถอะ!” ซูเหมียนเหมียนฮึดฮัด หันไปตวาดเด็กสาวสองคนที่คอยติดตามเธอ
“เหมียนเหมียน” ตอนนั้นเอง จ้านฉุนอวี่ก็เลือกหนังสือเสร็จแล้วเดินเข้ามา
“พี่ชายรอง ทำไมพี่ถึงอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ” ซูเหมียนเหมียนดีใจมาก เธอไม่เคยคิดเลยว่าจ้านฉุนอวี่จะมากับเจียงหลีโม่ พอเห็นเขาอย่างกะทันหันจึงนึกว่าเขามาคนเดียว
“ฉันมากับพี่หลีโม่”
“อะไรนะ?” ซูเหมียนเหมียนหันกลับไปมองเจียงหลีโม่อีกครั้ง พอเห็นทั้งคู่ก็เข้าใจเรื่องบางอย่างทันที
“เจียงหลีโม่! เธอได้ทั้งจ้านเยี่ยนเซินทั้งจ้านฉุนอวี่เลยหรือไง ทำไมถึงได้หน้าด้านขนาดนี้!” ซูเหมียนเหมียนโมโหจนเสียสติ ไม่อยากฟังเจียงหลีโม่พูดอีก “จีบพี่ชายไม่ติดก็หันมาจีบน้องชาย เธอนี่มันไร้ยางอายจริง ๆ...”
