หญิงสาวคนรุ่นใหม่ลงชนบทสองคนบนเตียงชั้นบนรีบตอบรับทันที “พวกเราก็ไปคอมมูนหงซิง กองผลิตหงเว่ยเหมือนกัน”
ดวงตาไป๋เวยเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอดีใจจนยิ้มกว้าง “ดีจังเลย พวกเราไปที่เดียวกัน! ต่อไปพอถึงชนบทแล้ว ก็ช่วยดูแลกันและกันนะ”
หญิงสาวอีกสองคนยิ้มพลางพยักหน้า ไม่นานก็เริ่มพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ฟู่ชิงหลีนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้เอ่ยแทรก เพียงนั่งฟังพวกเธอคุยกันเงียบ ๆ
นอกหน้าต่าง ลมหนาวพัดหวีดหวิว กระจกหน้าต่างรถไฟจับตัวเป็นน้ำค้างแข็งสีขาวหนา ภาพเหตุการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่าจากชาติก่อน ตอนที่เธอกับเพื่อนร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ต่อสู้กัน พลันผุดขึ้นมาในหัว
มุมปากของเธอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าหลังจากเธอจากไปอย่างกะทันหัน เพื่อน ๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง จะเสียใจจนแอบร้องไห้กันหรือเปล่า
เธอคิดไปคิดมา ก่อนจะเอนกายพิงที่นอนแล้วหลับสนิทไป
ในความฝัน เธอเห็นป้ายหลุมศพที่เพื่อน ๆ ตั้งไว้ให้ เห็นพวกเธอแต่ละคนมีสีหน้าโศกเศร้าและหนักอึ้ง เธออยากเดินเข้าไปปลอบทุกคนเหลือเกิน นับตั้งแต่วินาทีที่เข้าร่วมหน่วยงานพิเศษ เธอก็เตรียมใจสละชีวิตไว้แล้ว เธออยากบอกพวกเธอว่าไม่ต้องเสียใจมากนัก
แต่ไม่ว่าเธอจะโบกมือและตะโกนเรียกทุกคนตรงหน้าอย่างไร ก็ไม่มีใครมองเห็นเธอ ขณะที่เธอกำลังจะยอมแพ้
จู่ ๆ เธอก็เห็นลู่อี้ชวน คู่ปรับของตัวเอง ถือช่อดอกไม้เดินมาแล้วค่อย ๆ วางลงหน้าป้ายหลุมศพของเธอ พอเห็นลู่อี้ชวน ฟู่ชิงหลีก็อดกลอกตาไม่ได้ เขาคงไม่ได้ตั้งใจมาดูเธอเป็นตัวตลกโดยเฉพาะหรอกนะ
อยากดูก็ดูไป ยังไงเธอก็มองไม่เห็นแล้ว
แต่บนใบหน้าของลู่อี้ชวนกลับไม่มีรอยยิ้มเยาะเย้ยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับเห็นหยดน้ำตาหนึ่งหยดไหลจากหางตาของเขา
