ลู่หลินเหลือบเห็นรอยถลอกบนแขนของจี้เซียงตง คิ้วพลันขมวดเข้าหากัน ก่อนก้มมองชายที่อยู่บนพื้นแล้วกล่าวว่า “รวมกลุ่มกันลักพาตัวผู้คน ทำให้ครอบครัวนับไม่ถ้วนต้องแตกสลาย รอรับโทษตามกฎหมายได้เลย!”
จากนั้นลู่หลินกับจี้เซียงตงก็คุมตัวหัวหน้าแก๊งพร้อมพรรคพวกอีกห้าคนกลับไปยังลานด้านหน้า
ภายในลานเงียบสนิท พี่หวังกับลูกน้องทั้งหมดถูกใส่กุญแจมือและนั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมห้อง ไม่มีใครกล้าขัดขืนอีกแม้แต่น้อย เจ้าหน้าที่กลุ่มรักษาความสงบตรวจค้นห้องต่าง ๆ ภายในลานอย่างละเอียด แล้วทยอยพบเชือก ยาสลบ กระสอบ และสมุดบัญชีเก่าเหลืองหลายเล่ม ซึ่งจดข้อมูลการซื้อขายเอาไว้เต็มหน้า
ลู่หลินกวาดตามองสมุดบัญชี ก่อนหันไปมองเหล่าผู้เคราะห์ร้ายที่หมดสติอยู่ในลาน แล้วรีบจัดคนส่งผู้บาดเจ็บไปสถานพยาบาล จากนั้นจึงคุมตัวแก๊งค้ามนุษย์ทั้งหมดกลับไปยังกลุ่มรักษาความสงบ เพื่อแยกสอบปากคำ
เวลานั้นจ้าวฝูจวินซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่กลุ่มรักษาความสงบค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา กลิ่นเหม็นฉุนลอยอวลอยู่ตรงปลายจมูกจนเขากลั้นอาการคลื่นไส้ไม่อยู่ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นพี่หวังกับพวกนั่งยองเรียงกันอยู่ ทันใดนั้นใบหน้าก็ซีดเผือด ขาทั้งสองสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้
เขารู้ดีว่าในยุค 70 โทษของการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กนั้นหนักหนาสาหัส ชีวิตนี้ของเขาพังทลายลงแล้วอย่างสิ้นเชิง
ทีแรกหัวหน้าแก๊งยังคงหวังว่าจะรอด จึงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างหัวชนฝา ทว่าไม่ว่าจะเป็นสมุดบัญชี พยานบุคคล หรือหลักฐานต่าง ๆ ล้วนมีครบถ้วน อีกทั้งพี่หวังซึ่งเป็นหัวโจกยังยอมสารภาพก่อน เบาะแสแต่ละอย่างเชื่อมโยงยืนยันกัน จนความผิดทั้งหมดที่คนกลุ่มนี้ก่อขึ้นตลอดหลายปีที่เร่ร่อนไปก่อเหตุถูกเปิดโปงทีละข้อ หลักฐานแน่นหนา คดีนี้มีข้อสรุปชัดเจนจนไม่อาจแก้ต่างได้อีก
