จ้าวฝูจวินรีบพูดว่า “ไม่ใช่นะพี่หวัง ครั้งนี้ผมจับคนในหมู่บ้านมาได้ทีเดียวสี่คน นอกจากครอบครัวของจ้าวเสี่ยวฮวาที่ไม่อยู่แล้ว อีกสามบ้านต่างก็มีคนอยู่ แต่กลับไม่มีใครออกมาตามหาเลยสักคน”
ชายที่ถูกเรียกว่าพี่หวังกลอกตาใส่ “นายก็เคยอยู่ชนบทไม่ใช่หรือ เพื่อนแวะไปค้างบ้านนายคืนหนึ่ง นายไปค้างบ้านเขาคืนหนึ่ง แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติหรือไง”
จ้าวฝูจวินหน้าซีด “แต่พี่หวัง ผมกระวนกระวายใจมากเลยครับ”
ชายที่ถูกเรียกว่าพี่หวังเหลือบมองเขาอย่างรำคาญ “อย่ามัวอืดอาด รีบพาพวกเราไปดูของได้แล้ว”
จ้าวฝูจวินไม่มีทางเลือก จึงได้แต่นำคนกลุ่มหนึ่งไปยังถ้ำ
เมื่อไปถึงถ้ำ พี่หวังหยิบไฟฉายออกมา ส่องไล่ไปตามร่างคนที่หมดสติอยู่บนพื้นทีละคน ก่อนพยักหน้าอย่างพอใจ “ไม่เลว” เขาล้วงธนบัตรต้า tuǎnเจี๋ยปึกหนึ่งจากกระเป๋าผ้าใบ แล้วยื่นให้ “รับไป คนละ 100 หยวน”
จ้าวฝูจวินมองธนบัตรปึกหนา อดกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่ได้
พี่หวังเห็นท่าทางละโมบเงินของเขา ก็หัวเราะเยาะ “เป็นไง ตอนนี้ยังใจไม่ดีอยู่หรือเปล่า”
จ้าวฝูจวินมีสีหน้าอึดอัด รีบยัดเงินใส่อกเสื้อ “ทำให้พี่หวังหัวเราะแล้วครับ”
“หึ จำไว้ ทำงานกับฉัน นายถึงจะได้กินเนื้อ”
สิ้นเสียง พี่หวังยกมือโบก ลูกน้องหลายคนก็ตรงเข้าไปแบกเหยื่อที่หมดสติคนละหนึ่งคน แล้วมุ่งหน้าไปยังเชิงเขา
ในที่ซ่อน ลู่หลินเห็นทุกคนเคลื่อนไหว จึงส่งสัญญาณให้จี้เซียงตงอย่างเงียบเชียบ จี้เซียงตงพยักหน้าเบา ๆ แล้วตามกลุ่มของพี่หวังไปอย่างไร้เสียง
