ซวี่ฮุ่ยตัวสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างฉับพลัน ก่อนหันกลับไปอย่างลนลาน ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่กับที่ แล้วรีบแก้ตัวว่า “ฉันไม่ได้ทำ! ฉันแค่เห็นเธอเดินตามหลังคุณออกไป ไม่รู้ว่าเธอคิดจะทำอะไร และไม่ได้หวังให้ใครเกิดเรื่องทั้งนั้น!”
ฟู่ชิงหลีพิงกรอบประตู สีหน้าเรียบเฉย เอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อนว่า “อย่างนั้นหรือ? ในเมื่อคุณรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล แต่กลับเลือกยืนดูอยู่เฉย ๆ หลังเกิดเรื่องก็ไม่ได้ถามไถ่สถานการณ์เป็นอย่างแรก กลับมาซักไซ้ฉันแทน สหายซวี่ ใครถูกใครผิด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำพูดของคุณหรอก”
ซวี่ฮุ่ยแย้งว่า “แต่ไป๋ถิงถิงออกไปกับคุณดี ๆ แล้วสุดท้ายกลับต้องลงเอยแบบนี้...”
ฟู่ชิงหลีตอบว่า “เธอมีเจตนาร้าย แอบตามฉันไปหวังผลักฉันตกแม่น้ำ สุดท้ายก็รับผลกรรมของตัวเอง พลาดตกน้ำไปเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน!”
ซวี่ฮุ่ยชะงักไป เธอแค่เดาว่าไป๋ถิงถิงไปหาเรื่องฟู่ชิงหลี แต่ไม่คิดเลยว่าไป๋ถิงถิงจะลงมือทำร้ายคน
ในเวลานั้นเอง เหล่าคนรุ่นใหม่ลงชนบทที่อยู่ลานหน้าพากันได้ยินเสียงสนทนาจากลานหลัง จึงกรูกันเข้ามา
เหมิงหงปิงมองซวี่ฮุ่ยแล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไร” ซวี่ฮุ่ยตอบ พลางเหลือบมองฟู่ชิงหลี ก่อนหมุนตัวเดินจากไปทันที
เหมิงหงปิงขมวดคิ้วมองฟู่ชิงหลี จากนั้นก็พาคนรุ่นใหม่ลงชนบทคนอื่น ๆ หมุนตัวจากไปเช่นกัน
วันหนึ่งผ่านไป ข่าวลือก็เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านว่า ฟู่ชิงหลีเป็นคนผลักไป๋ถิงถิงตกแม่น้ำ ส่วนชาวบ้านที่ยังมีเหตุผลต่างกลอกตาแล้วพูดว่า “เป็นไปไม่ได้หรอก สหายฟู่เคยได้รับคำชมเชยจากทางอำเภอ จะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง”
