จากนั้นเธอก็เข้าไปในครัว ไม่นานก็ยกชามน้ำแกงออกมายื่นให้ฟู่ชิงหลี “ชิงหลี ดื่มก่อนนะ ฉันจะไปยกหม้อออกมาจากครัว”
ฟู่ชิงหลีมองชามน้ำแกงตรงหน้า พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ช่างกล้าทำกันอย่างเปิดเผยจริง ๆ
จากนั้นเธอก็เห็นเจียงเหมยฮวายกหม้อดินออกมา ตักให้คุณปู่ก่อนหนึ่งชาม แล้วตักให้ฟู่อ้ายกั๋วอีกชาม สุดท้ายก็ตักให้ตัวเองด้วย
ต่อมาเจียงเหมยฮวาก็หันไปเรียกทุกคน “พ่อ รีบลองชิมกับข้าวที่ฉันทำสิคะ เป็นยังไงบ้าง?”
ท่านผู้เฒ่าฟู่มองเธอแวบหนึ่ง ก่อนลองชิมปลานึ่งซีอิ๊วคำหนึ่ง แล้วขมวดคิ้วทันที แม้จะไม่ได้กินยาก แต่หลังจากได้กินอาหารฝีมือฟู่ชิงหลีแล้ว พอมาเจอกับข้าวฝีมือเจียงเหมยฮวา ก็แทบกลืนไม่ลง
จากนั้นท่านก็ลองชิมหมูแดงอีกคำ ก่อนขมวดคิ้วแล้ววางตะเกียบลง
เจียงเหมยฮวาเห็นดังนั้นก็รีบถาม “เป็นอะไรไปคะพ่อ กับข้าวไม่ถูกปากหรือคะ?”
ท่านผู้เฒ่าฟู่ตอบ “เปล่าหรอก แค่เพิ่งกินข้าวข้างนอกมา ตอนนี้ยังไม่หิว”
แล้วท่านผู้เฒ่าฟู่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงล้วงของชิ้นหนึ่งออกจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ฟู่ชิงหลี “หลานซี รีบดูสิ นี่อะไร?”
ฟู่ชิงหลีมองแล้วก็พบว่าเป็นปากกาหมึกซึมอิงสง 100 หรือที่เรียกกันว่าปากกาทองอิงสง 100 ชาติก่อนเธอเคยเห็นปากกาด้ามนี้ในพิพิธภัณฑ์
ถ้าจำไม่ผิด หัวปากกาด้ามนี้ทำจากทองคำ 14 กะรัต ในยุคนี้นับว่ามีค่ามาก ปกติมีแต่ผู้นำเท่านั้นที่ใช้ปากกาด้ามนี้ไหว และมันยังมีชื่อเล่นว่า ‘ปากกาผู้นำ’ ด้วย
ส่วนคนทั่วไปใช้ได้แค่ปากกาอิงสง 616