ฟู่ชิงหลียิ้มเยาะ «อะไรคือการลงไม้ลงมือ พูดให้มันดี ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง หรือคุณอยากให้ฉันยืนเฉย ๆ แล้วปล่อยให้คุณทุบตี?»
ฟู่อ้ายกั๋วตอบ «ได้ ๆ ตอนนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้วสินะ ไม่ต้องพึ่งฉันแล้วใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็อยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตเลย!»
«ฉันจะอยู่ถึงเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องให้คุณมายุ่งหรอก ว่ามาสิ มาที่นี่ทำไม?» ฟู่ชิงหลีถาม
พอได้ยินเช่นนั้น เจียงเหมยฮวาก็นึกขึ้นได้ว่าตนมาที่นี่เพื่ออะไร เธอรีบเดินไปหาฟู่อ้ายกั๋วแล้วลูบอกเขาเบา ๆ «พี่อ้ายกั๋ว อย่าถือโทษเด็กเลยนะ»
จากนั้นเธอก็หันไปมองฟู่ชิงหลี «ชิงหลี ป้าขอร้องละ บอกป้าทีว่าเหยาเหยาอยู่ที่ไหน»
ฟู่ชิงหลีได้ยินแล้วก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย «คุณก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ยังจะมาถามฉันอีกทำไม? หรือว่าไม่เชื่อ?»
เจียงเหมยฮวาข่มความเกลียดชังที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ ก่อนฝืนยิ้มออกมา «ชิงหลี อย่าล้อเล่นสิ»
«ล้อเล่นหรือเปล่า คุณก็รู้อยู่แก่ใจ» ฟู่ชิงหลีตอบ
เจียงเหมยฮวามองฟู่ชิงหลีด้วยแววตาเกลียดชัง แทบอยากจะกินอีกฝ่ายเข้าไปทั้งตัว
จังหวะนั้นเอง ลู่อี้ชวนก็แบกกวางป่าเดินมาจากไกล ๆ ยังไม่ทันถึงลานหลังที่พักคนรุ่นใหม่ลงชนบท เสียงของเขาก็ดังมาก่อนแล้ว «อาหลี ดูสิ วันนี้ฉันจับอะไรมาได้!»
ฟู่อ้ายกั๋วกำลังลูบข้อมืออยู่ พอได้ยินเสียงนั้นก็ขมวดคิ้ว แต่เมื่อเห็นเจ้าของเสียง มือที่กำลังนวดข้อมือก็ชะงักลงทันที เขามองลู่อี้ชวนอย่างงุนงง ครู่หนึ่งกว่าจะได้สติก็รีบถาม «คุณ...มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?»
