ลู่หลินนอนแผ่อยู่บนพื้น ใบหน้าบวมปูดราวกับหัวหมู เขาจ้องลู่อี้ชวนด้วยแววตาเคียดแค้น “อาเล็ก จงใจใช่ไหม จงใจต่อยหน้าผมชัด ๆ”
ลู่อี้ชวนตอบ “นายไม่ได้บอกเองหรือว่าตัวเองหล่อเท่และเปี่ยมไปด้วยพลัง ฉันก็แค่ช่วยเติมความเป็นชายให้หน่อยไง”
ได้ยินอย่างนั้น ลู่หลินก็หัวเราะออกมาด้วยความโมโห “นี่เรียกว่าความเป็นชายเหรอ?”
ลู่อี้ชวนตอบ “ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าอะไรล่ะ?”
ลู่หลินยอมแพ้ เขาไม่เถียงกับอาเล็กแล้ว
ลู่อี้ชวนเหลือบมองเขา ก่อนหมุนตัวเดินจากไป ไม่นานก็มาถึงบ้านของผู้เฒ่าถัง
ลู่อี้ชวนพยักหน้าให้ผู้เฒ่าถังและคนอื่น ๆ “ไม่ต้องห่วงครับ จัดการปัญหาเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะไม่มีใครรังแกพวกคุณอีก”
จากนั้นเขาก็มองฟู่ชิงหลี “ชิงหลี เรากลับกันเถอะ เรื่องที่เหลือผมเชื่อว่าถูเจิ้งกั๋วจัดการได้เรียบร้อย”
ฟู่ชิงหลีพยักหน้า ลุกขึ้นเดินกลับไปพร้อมลู่อี้ชวน
เมื่อเห็นลู่อี้ชวนกับฟู่ชิงหลีจากไป ผู้เฒ่าถังถึงได้สติ พอนึกถึงคำพูดของลู่อี้ชวนเมื่อครู่ก็รีบวิ่งตามออกไป แต่กลับไม่เห็นใครแล้ว จึงได้แต่ถอนใจและกลับเข้าบ้าน
ส่วนลู่อี้ชวนขับรถพาฟู่ชิงหลีกลับกองผลิตการเคาซานอย่างรวดเร็ว
พอตกเย็น ฟู่ชิงหลีทำเกี๊ยวไส้หมูผสมผักกระเป๋าเรียบร้อย แล้วเรียกลู่อี้ชวนมากินด้วยกัน
ระหว่างนั้น ซวี่ฮุ่ยขึ้นไปยังลานหลังบ้านสองครั้ง พอเห็นฟู่ชิงหลีกับลู่อี้ชวนนั่งกินเกี๊ยวอยู่ตรงนั้น ก็เหลือบมองก้อนแป้งผักป่าที่อยู่ในมือ เม้มปากแล้วเดินกลับไป
เวลาผ่านไปครึ่งเดือน กลุ่มรักษาความสงบก็ทลายคดีค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ได้สำเร็จ ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศในทันที เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก เพราะคนทั้งหุบเขาถูหลิ่งโกวต่างเป็นพ่อค้าคนกันหมด และระหว่างปฏิบัติการ พวกเขาช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกลักพาตัวไปที่นั่นได้กว่าสิบคน
