โจวเหม่ยฟางได้ยินเช่นนั้นก็ฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของลู่ฟานทันที “หุบปาก! ถ้าไม่ใช่เพราะอาสามของแก คนพวกนั้นจะไปหาอาเขยของแกทำไม? เรื่องทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะเขานั่นแหละ”
ลู่ฟานมองโจวเหม่ยฟางอย่างไม่อยากเชื่อสายตา “แม่ แม่ตบผมจริง ๆ เหรอ”
โจวเหม่ยฟางตวาดกลับ “ตบแล้วจะทำไม?” ก่อนจะพูดต่อ “ตระกูลลู่ของพวกคุณไม่มีใครดีสักคน มีแต่คนใจดำทั้งนั้น”
ลู่เซียงเห็นพี่ชายถูกตบก็มีสีหน้าไม่อยากเชื่อเช่นกัน “แม่รู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่?”
โจวเหม่ยฟาง “หุบปาก! แกก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน”
ลู่เซียงได้ยินแล้วขอบตาก็แดงก่ำ “ได้ ๆ ๆ ตระกูลลู่ของเราไม่มีใครดีสักคน มีแต่ตระกูลโจวของพวกแม่เท่านั้นที่เป็นคนดี” พูดจบก็หมุนตัววิ่งออกไป
พอเห็นน้องสาววิ่งออกไป ลู่ฟานก็รีบตามไปทันที
ลู่อี้หงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วก็รู้สึกเหนื่อยล้าเหลือเกิน “เราหย่ากันเถอะ”
โจวเหม่ยฟางได้ยินเช่นนั้นก็ทำหน้าไม่อยากเชื่อ “คุณพูดว่าอะไรนะ?”
ลู่อี้หง “หย่ากัน”
โจวเหม่ยฟางได้ยินแล้วก็พลันหัวเราะเสียงดัง “ดี ๆ ๆ คุณถึงกับจะหย่ากับฉันเพื่อน้องชายของคุณเลยสินะ”
ลู่อี้หง “ไม่ใช่เพราะผมจะหย่ากับคุณเพื่อน้องสาม แต่เป็นเพราะตั้งแต่น้องสาวคุณตาย คุณก็เอาแต่ก่อเรื่องทุกวัน
ลูกทั้งสองคนได้ยินว่าช่วงนี้คุณอารมณ์ไม่ดี ถึงกับวางงานในมือเพื่อมาอยู่เป็นเพื่อน คอยพูดคุยให้คุณคลายเหงา แต่ดูสิว่าคุณทำอะไรลงไปบ้าง?
คุณไม่เพียงตบเสี่ยวฟาน ยังด่าลูกเซียงอีก วันนี้น้องสามกลับมา คุณก็ยังแสดงท่าทีไม่พอใจใส่เขาต่อหน้าผม
