เกือบเที่ยงแล้วกว่าจะถึงคิวเจียงตั๋วกับเพื่อนร่วมชั้นอีกสี่คนได้ลองทำกิจกรรม
เซี่ยซู่เหิงยืนอยู่วงนอกของกลุ่มคนดู สายตาที่ทอดไปยังขวดยานัตถุ์ค่อย ๆ หันกลับมา แววตาลึกล้ำดุจบ่อน้ำโบราณ
เขาเดินตรงไปหานักศึกษาชายคนหนึ่งที่ต่อแถวอยู่ด้านหลังเจียงตั๋ว ถอดนาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์จากข้อมือ แล้วยื่นใส่มืออีกฝ่าย
“นาฬิกาเรือนนี้ให้คุณ” น้ำเสียงของเขาไม่ดังนัก แต่แฝงความหนักแน่นที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ “ยกที่ให้ผมลองแทน”
นักศึกษาชายคนนั้นไม่ทันตั้งตัว จู่ ๆ ก็มีของเย็นเฉียบและหนักอึ้งถูกยัดใส่มือ ร่างทั้งร่างแข็งทื่ออยู่กับที่
เขาก้มมองนาฬิกาหรูราคาสูงลิ่วในมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาหงส์ที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของเซี่ยซู่เหิง รู้สึกราวกับกำลังถือของร้อน ไม่กล้ารับเอาไว้จริง ๆ
เขากลืนน้ำลาย ก่อนเอ่ยเสียงสั่น “พี่เซี่ย...ไม่คิดเลยว่าพี่จะสนใจเรื่องนี้ด้วย เชิญพี่ไปลองเถอะครับ ผมต่อแถวใหม่ก็ได้”
แต่เซี่ยซู่เหิงไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายปฏิเสธ เขากดนาฬิกาลงบนฝ่ามืออีกฝ่ายแน่น แล้วหันหลังเดินไปนั่งข้างเจียงตั๋วอย่างไม่สะทกสะท้าน
เจียงตั๋วหันไปมองข้อมือเปล่าของเขา สีหน้าเรียบเฉย
“คุณนี่ใจกว้างจริง ๆ”
ดวงตาหงส์ของเซี่ยซู่เหิงโค้งขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกเป็นรอยยิ้มที่อ่านความหมายไม่ออก
“คุณเองก็ยืนต่อแถวมาตั้งนานไม่ใช่เหรอ เวลาของคุณมีค่ากว่านาฬิกาเรือนนั้นของผมเสียอีก”
หยินคั่วยืนอยู่ข้าง ๆ ก้มมองนาฬิกาของตัวเอง
ริชาร์ดมิลล์ ราคาหลายล้าน เขาเก็บเงินค่าขนมอยู่นานกว่าจะได้มา
