เสียงของเสินฉือจบลง เหล่านักศึกษาที่เดิมยังส่งเสียงจอแจอยู่รอบข้างก็เงียบลงทันที
บรรยากาศราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีคนสูดปากด้วยความตกใจ
สายตาของทุกคนจับจ้องสลับไปมาระหว่างเสินฉือกับเจียงตั๋ว แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
รุ่นน้องเสินฉือกล้าพูดให้พี่เจียงไปต่อคิวด้วยเหรอ กล้าหาญเกินไปแล้วมั้ง!
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่าคือ หลังจากได้ยินคำพูดนั้น เจียงตั๋วเพียงมองเสินฉือและเงียบไปชั่วครู่
“ได้”
พูดจบ เขาก็หันหลังจริง ๆ ก้าวขายาว ๆ เดินไปยังโซนรอคิวสัมผัสประสบการณ์อย่างว่าง่าย แล้วนั่งลงเงียบ ๆ
“พี่เจียงไปต่อคิวจริง ๆ ด้วย…”
“วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง”
“พี่เจียงยอมฟังเธอด้วยเหรอ”
เสียงกระซิบกระซาบแผ่กระจายออกไปราวกับระลอกคลื่น บางคนถึงกับยกโทรศัพท์ขึ้นแอบถ่าย สายตาของคนรอบข้างเคลื่อนไปมาระหว่างเจียงตั๋วกับเสินฉือ
เสินฉือราวกับไม่รู้ไม่เห็น ยังคงอธิบายให้นักศึกษาในโซนกิจกรรมการวาดภาพในขวดฟัง น้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นมืออาชีพเช่นเดิม
“ตรงนี้ต้องระวังแรงที่ใช้ข้อมือ…”
นักศึกษาชายรุ่นพี่คนหนึ่งที่โต๊ะสัมผัสประสบการณ์กำพู่กันโค้งไว้ ปลายพู่กันลอยค้างอยู่ตรงปากขวดนานแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าสอดเข้าไป
ข้อมือของเขาสั่นเล็กน้อย เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นตรงขมับ
“รุ่นน้อง…” เขาเงยหน้าขึ้น แววตาเจือความกระอักกระอ่วน “ผม…จับไม่ถนัดครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันสาธิตให้อีกครั้งนะคะ”
เสินฉือได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้น เดินอ้อมไปด้านข้างโต๊ะสัมผัสประสบการณ์ แล้วโน้มตัวลงเล็กน้อย
เมื่อเธอขยับ เส้นผมนุ่มสลวยปอยหนึ่งก็ไล้ผ่านแก้ม เลื่อนลงมาแนบอยู่ข้างลำคอขาวผ่อง สั่นไหวเบา ๆ ไปตามจังหวะหายใจ
