ฤดูร้อนในเมืองเก่าหยางโจวชื้นอบอ้าว เสียงจักจั่นร้องระงมคลุกเคล้ากับกลิ่นอายเก่าแก่ของดินและแผ่นไม้จารึก
เสินฉือพักอยู่กับทีมของศาสตราจารย์ไช่ข้างสุสานยุคฮั่นที่เพิ่งขุดพบแห่งนี้มาครึ่งเดือนกว่าแล้ว
กลางวันพวกเขาสวมเสื้อกันแดดและหน้ากาก นั่งยอง ๆ อยู่ใต้เพิงพักของสถานที่ขุดค้น ใช้แปรงขนนุ่มค่อย ๆ ทำความสะอาดแผ่นไม้จารึกที่เพิ่งแยกออกมาจากโคลนตะกอนทีละน้อย
หมึกบนแผ่นไม้จารึกถูกน้ำแช่มานานถึงสองพันปี จึงเลือนรางราวกับรอยน้ำตา ทีมงานอาศัยแสงจากโคมไฟแสงขาว ค่อย ๆ พินิจแยกแยะอักษรทีละตัว ใส่หมายเลข และถ่ายภาพเก็บบันทึกไว้
พอตกกลางคืนกลับถึงโรงแรม ทุกคนมักเหนื่อยจนแทบไม่มีแรงอาบน้ำ หัวถึงหมอนก็หลับไปทันที
แม้ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำจนเหนื่อย แต่ชีวิตเช่นนี้ก็เต็มเปี่ยม
ก่อนปิดภาคฤดูร้อน เสินฉือเพิ่งได้รับใบรับรองจบการศึกษาระดับปริญญาโท พอหมดวันหยุด เธอก็จะเป็นนักศึกษาปริญญาเอกอย่างเต็มตัว
รถบัสค่อย ๆ จอดสนิทหน้าโรงแรม สมาชิกทีมทยอยลงจากรถพร้อมร่างกายอ่อนล้า
เสินฉือเดินรั้งท้าย มือยังกอดเอกสารถอดความที่เพิ่งพิมพ์ออกมาเป็นปึก
แล้วเธอก็เห็นรถคันนั้น
ข้างสิงโตหินหน้าโรงแรมมีรถโรลส์-รอยซ์สีดำจอดอยู่ ไฟหน้าสว่างจ้าส่องตรงมาทางเธอ
ประตูรถถูกผลักเปิดจากด้านใน
เท้าที่สวมรองเท้าหนังตัดเย็บด้วยมือก้าวลงแตะพื้น ตามด้วยกางเกงขายาวรีดเรียบ แล้วเจ้าของร่างก็เดินออกมา
เจียงตั๋ว
เขาผอมลงกว่าตอนแต่งงานเมื่อสามปีก่อนเล็กน้อย ทว่าช่วงไหล่และแผ่นหลังกว้างขึ้น ราวกับกระบี่ที่ถูกกาลเวลาและโลกธุรกิจขัดเกลาจนคมกริบ ซ่อนคมไว้ใต้สูทอย่างเงียบเชียบ
