เจียงตั๋วยืดหลังตรง สายตามองไปทางบันได ก่อนตอบเสียงเบาว่า “ขอบคุณครับพ่อ”
ทางเดินชั้นสองปูด้วยพรมสีแดงเข้ม
เจียงตั๋วกับเพื่อนเจ้าบ่าวอีกสองสามคนเลี้ยวตรงหัวมุม แล้วมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องที่ปิดสนิท
นอกประตู หลินรั่วจิ้นพาบรรดาสตรีในครอบครัวยืนเฝ้าอยู่ด้วยรอยยิ้ม เปรียบเสมือนด่านสุดท้าย
“ป้าหลิน” เจียงตั๋วหยุดฝีเท้า ก่อนค้อมกายเล็กน้อยแล้วโค้งคำนับ
หลินรั่วจิ้นมองเขาด้วยแววตาเปี่ยมเมตตา แล้วเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “เราไม่คิดจะทำให้เจ้าบ่าวลำบากหรอก แค่พูดคำหวาน ๆ ให้โยวโยวข้างในฟังสักสองสามคำ ถ้าคนข้างในยอม เราก็เปิดประตูให้”
เจียงตั๋วยืดตัวตรง มองไปยังประตูที่ปิดสนิท
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้ววางฝ่ามือลงบนบานประตูเย็นเฉียบเบา ๆ
“ที่รัก” เสียงของเขาลอดผ่านบานประตูเข้าไป ทุ้มต่ำ จริงจัง และเปี่ยมด้วยความจริงใจราวกับกำลังสวดภาวนา “ผมมารับคุณแล้ว”
“ขอบคุณที่เลือกผม”
“หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ผมขอแค่มีคุณอยู่ข้างกาย และผมจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป”
“เราจะมีความสุขด้วยกันไปตลอด”
สิ้นเสียงพูด ทางเดินก็เงียบไปชั่วขณะ
เสียงหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดูของบรรดาเพื่อนเจ้าสาวดังมาจากในห้อง ก่อนประตูจะค่อย ๆ ถูกเปิดออกจากด้านใน
“เข้าไปเถอะ ขอให้เธอกับโยวโยวครองรักกันจนแก่เฒ่า รักมั่นคงชั่วนิรันดร์” หลินรั่วจิ้นยิ้มแล้วขยับหลีกทาง
“ขอบคุณครับป้าหลิน”
เจียงตั๋วตอบรับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนหันหลังเดินเข้าไปในห้อง
ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า ลมหายใจของเขาก็ชะงักไปเล็กน้อย
