งานเลี้ยงเจจัดขึ้นในโรงอาหารเจทางฝั่งตะวันออกของวัด
โต๊ะกับม้านั่งไม้เคลือบเงาจนมันวับ แต่กลับเช็ดสะอาดหมดจด ไร้ฝุ่นแม้สักเม็ด
อาหารเจไม่กี่อย่างใช้วัตถุดิบเรียบง่าย รสชาติอ่อนจาง แต่ก็ยังอร่อยสดใหม่
เสินฉือกินข้าวไปเกือบครึ่งชาม
เจียงตั๋วนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม สายตาเหลือบมองใบหน้าของเธอเป็นระยะ ดวงตาคู่นั้นหม่นลึกด้วยความรู้สึกที่ยากจะคลี่คลาย
บันไดหินตอนลงเขาเดินยากกว่าตอนขึ้น เจียงตั๋วจูงมือเสินฉือ นิ้วทั้งสิบสอดประสานกัน ฝ่ามือแนบสนิท ไม่ยอมปล่อยแม้แต่น้อย
“ตรงโน้นเป็นแนวต้นแปะก๊วยอายุเกินร้อยปีทั้งนั้น” เขาชี้ไปยังที่ไม่ไกล “พอถึงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหมด ทิวทัศน์แถวนี้ก็จะงดงามไปอีกแบบ”
จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังลำธารบนภูเขาที่อยู่ไกลออกไป “น้ำตกสายนั้นชื่อ ‘เสียงระฆัง’ เสียงน้ำไหลใสกังวานไพเราะ หลายคนชอบไปถ่ายรูปกันตรงนั้น”
เสินฉือฟังเงียบ ๆ บางครั้งก็ส่งเสียง “อืม” ตอบรับ
เธอหันข้างมองใบหน้าด้านข้างของเจียงตั๋ว
แนวกรามของเขาขบเกร็ง จังหวะพูดเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้สายตาจะมองทิวทัศน์ แต่หางตากลับจับจ้องเธออยู่ตลอด
เธอมองออก—
เขากำลังใช้ทิวทัศน์และเสียงระหว่างทางพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของเธออย่างสุดกำลัง หวังให้เธอลืมคำพูดทั้งหมดที่ท่านพระอาจารย์กล่าวไว้ในห้องปฏิบัติธรรมเมื่อครู่
แต่เขาไม่รู้เลยว่าเธอไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นจริง ๆ
วันเกิดนั้นแต่เดิมก็ไม่ใช่ของเธอ คำทำนายที่ได้ก็ไม่ได้กล่าวถึงชะตาชีวิตของพวกเขา
